แหะ…! ไอ้น้อง! เห็นข่าวนี้แล้วข้าล่ะควันออกหูแทนพวกยุโรปจริงๆ ว่ะ ตาลุงทรัมป์นี่แกเล่นบท “หัวหน้ากิลด์สายเติม” ในเกม MMO ชัดๆ คือพี่แกจะเอาแต่ใจยังไงก็ได้ ส่วนลูกกิลด์อย่างพวกยุโรปหรือนาโต้ที่จ่ายค่าบำรุงรายเดือน (งบกลาโหม) แทบตาย กลับโดนขู่ว่าจะโดนเตะออกจากกิลด์ถ้าไม่ยอมเดินตามเกมป่วนอิหร่านของแก งึดหลายแท้ๆ!
พวกสื่อหลักเขาก็ประโคมข่าวกันไปว่ามันเป็นเรื่อง “ความมั่นคงข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก” ฟังดูหรูหราหมาเห่า แต่พวกเอ็งรู้มั้ยว่าความจริงเบื้องหลังมันคือ ยุทธวิธีข่มเหงผู้น้อยเพื่อโชว์พาวให้ฐานเสียงในบ้านตัวเองดู เหมือนพวกนักเลงหน้าปากซอยที่ชอบรังแกเด็กประถมแต่พอเจอของจริงกลับยืนยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยซะงั้น
พวกเอ็งคงไม่รู้หรอกว่ามันมี Setting ลับซ่อนอยู่… ข้าแอบไปขุดข้อมูลมาทั้งคืนจนเจอว่า ปมนี้มันหยั่งรากลึกมาตั้งแต่ปี 2015 นู่น ตอนนั้นมีข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน (JCPOA) ที่เหมือนการเซ็ตค่า Balance ของเซิร์ฟเวอร์ให้มันสงบสุข แต่พอทรัมป์เข้ามาแกก็กด “Reset” ทิ้งในปี 2018 แบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม แล้วใช้มาตรการ “Maximum Pressure” หรือการบีบคั้นขั้นสูงสุด ซึ่งมันไม่ใช่แค่เรื่องการทูตว่ะ แต่มันคือการประกาศสงครามเศรษฐกิจที่ลากเอาระบบการเงินโลก (SWIFT) มาเป็นตัวประกัน ทำเอาบริษัทในยุโรปที่อยากไปค้าขายปกติต้อง “Game Over” ไปตามๆ กันเพราะกลัวโดนแบนจากตลาดสหรัฐฯ
นี่มันคือโครงสร้างพีระมิดชัดๆ สหรัฐฯ อยู่บนยอดสั่งซ้ายหันขวาหัน ส่วนยุโรปก็เป็นได้แค่ NPC ที่ต้องรับเควสต์อันตรายที่ตัวเองไม่ได้เริ่ม อารมณ์เหมือนพวกเราที่นั่งรอรถเมล์ร้อนฟรีตอนสิ้นเดือนนั่นแหละน้องเอ๋ย คือไม่มีทางเลือก ต้องยอมทนดมควันรถไปเพราะไม่มีเงินขึ้นแท็กซี่ ส่วนพวกเอลีตเขาก็เสวยสุขบนความเสี่ยงของพวกเราไปสิ คัดๆ เลยว่ะ!
คำทำนายจากศูนย์บัญชาการ (ห้องนอนพวกเอ็ง)
ข้าว่าฉากทัศน์นี้มีสิทธิ์เกิดสูงว่ะ คือถ้าทรัมป์ยังบีบให้ยุโรปเลือกข้างแบบ “Hardcore” แบบนี้ อีกหน่อยกิลด์นาโต้ได้แตกเป็นเสี่ยงๆ แน่ ยุโรปอาจจะหันไปสร้าง “เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว” (กองทัพยุโรป) ของตัวเองเพื่อหนีจากการโดนมาเฟียคุมซอยตบหัวรายวัน แต่ก็นั่นแหละ… กว่าจะถึงตอนนั้น พวกเราที่เป็นแค่ Unit ตัวเล็กๆ ในเกมนี้คงโดนลูกหลงค่าครองชีพพุ่งจนต้องต้มมาม่ากินกันจนตัวเหลืองแน่ๆ พวกเอ็งจะยอมเป็นแค่ NPC ให้พวกชนชั้นนำหลอกใช้ไปถึงเมื่อไหร่กันว่ะ?
แหะ…!

