รับประกันอัตรารีเบทสูงสุดในโลก:โปรแกรม XM 90% Auto Rebate กำลังให้บริการ:คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

วิธีตั้งค่า MT4/MT5 XM แบบมืออาชีพพร้อมใช้งานอัปเดต 2026

โลโก้ XM - โบรกเกอร์ (Broker) ซื้อขาย Forex

คู่มือตั้งค่าหน้าจอ MT4 แบบมือโปรปี 2026
ครอบคลุมทุกฟีเจอร์ใช้ Indicator, ส่งคำสั่งซื้อขาย, ตั้ง SL/TP, บริหารความเสี่ยง, เทรดอัตโนมัติด้วย EA, พร้อมเคล็ดลับแก้ปัญหา

คู่มือการใช้งาน MT4/MT5 ฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ที่ติดตั้ง MT4 เรียบร้อยแล้ว คู่มือนี้จะพาคุณเรียนรู้ทุกฟังก์ชันสำคัญของ MT4/MT5 ตั้งแต่การตั้งค่าหน้าจอให้เหมาะกับการใช้งาน การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค การส่งคำสั่งซื้อขายไปจนถึงการบริหารความเสี่ยงและการใช้งาน Expert Advisor (EA) สำหรับเทรดอัตโนมัติ

เมื่ออ่านคู่มือนี้จบคุณจะสามารถใช้งาน MT4/MT5 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมปรับแต่งแพลตฟอร์มให้ตอบโจทย์สไตล์การเทรดเฉพาะตัวของคุณไม่ว่าจะเป็นสาย Scalping หรือ Swing Trade เพื่อสร้างโอกาสทำกำไรในตลาด Forex ด้วยความมั่นใจที่เหนือกว่าเดิม

สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่มีบัญชี XM คลิกสมัครลงทะเบียนจากปุ่มด้านล่างและดาวน์โหลด MT4 เพื่อรับสิทธิ์ฟรี โบนัสเทรด $30 และโปรโมชั่นโบนัสทั้งหมด รวมถึงโปรโมชั่นคืนเงิน 90% Auto Rebate (รีเบท) พิเศษเฉพาะผูู้ที่สมัครผ่านเว็บไซต์นี้เท่านั้น อย่าพลาดโอกาสดี ๆ ที่จะได้สัมผัสระบบการเทรดระดับโลกแบบไม่มีความเสี่ยง (Trading) ที่ยอดเยี่ยมที่สุดจาก XM

Contents

การตั้งค่าและปรับแต่ง MT4 เบื้องต้น

ตั้งค่า Options และจัดการแถบเครื่องมือ

การปรับแต่งค่าพื้นฐานของ MT4 เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยออกแบบระบบเทรดให้เหมาะสมกับตัวคุณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการทำกำไร

การปรับแต่งค่าพื้นฐานของ MT4

การเปลี่ยนภาษา
เริ่มต้นได้จากการเปลี่ยนภาษาเป็นภาษาไทยผ่าน View > Languages เพื่อให้การใช้งานเข้าใจง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น
เมื่อ MT4 แสดงตัวอักษรผิดเพี้ยน
หากยังเปลี่ยนภาษาไม่ได้ ให้ปรับการตั้งค่าใน Windows ดังนี้
  1. พิมพ์ “แผงควบคุม”ในช่องค้นหาที่เมนู Start เพื่อเปิดแอปขึ้นมา (※โปรดระวังเนื่องจากเป็นคนละส่วนกับหน้าจอ “Settings”)
  2. เลือกหัวข้อ “Clock and Region” (นาฬิกาและภูมิภาค) จากนั้นคลิกที่ (ภูมิภาค)
  3. เมื่อหน้าต่างปรากฏขึ้น ให้คลิกที่แถบ “การบริหารระบบ” แล้วกดปุ่ม (เปลี่ยนตำแหน่งที่ตั้งของระบบ)
  4. เปลี่ยนตรง ให้เป็น “(Thailand)”(ไทย)
  5. กด “ตกลง” เพื่อบันทึกการตั้งค่า และหลังจาก Restart คอมพิวเตอร์ แล้ว MT4 จะแสดงผลได้อย่างถูกต้อง
แถบ Server – เปลี่ยนรหัสผ่าน
ไปที่ Tools > Options (หรือกด Ctrl+O) แล้วเลือกแถบ “Server” เพื่อเปลี่ยนรหัสผ่าน
แถบ One Click Trading
เปิดใช้งาน One Click Trading ได้ที่ Tools > Options > แถบ “Trade” แล้วติ๊กถูกที่ “One Click Trading” คลิก “I Agree” เมื่อมีหน้าต่างยืนยัน
แถบ Charts (กราฟ) – จำกัดจำนวนแท่งเทียน
จำกัดจำนวนแท่งเทียนที่แสดงผลในแถบ Charts เพื่อเพิ่มความเร็วในการประมวลผล
การปรับแต่งแถบเครื่องมือและการจัดวางพื้นที่การทำงาน
คลิกขวาที่แถบเครื่องมือเลือก Customize เพื่อปรับปุ่มที่ใช้บ่อย และลากวาง Market Watch หรือ Navigator ไปยังตำแหน่งที่ถนัด

การจัดการหน้าต่าง Market Watch

การจัดการหน้าต่าง Market Watch สำหรับบัญชี Standard

หน้าต่าง Market Watch คือศูนย์กลางสำคัญที่แสดงราคาแบบเรียลไทม์ ทั้งราคา Bid และ Ask รวมถึงค่า Spread เพื่อให้คุณไม่พลาดโอกาสในการเทรดควรตั้งค่าหน้าต่างนี้ให้พร้อมใช้งานตามขั้นตอนดังนี้

วิธีตั้งค่าและใช้งานหน้าต่าง Market Watch

แสดงตราสารทั้งหมดที่สามารถเทรดได้
คลิกขวาที่ Market Watch เลือก Show All (แสดงทั้งหมด) เพื่อแสดงตราสารการเงินทุกประเภทที่ XM มีให้บริการ
เพิ่มข้อมูลเชิงลึกเพื่อการวิเคราะห์
คลิกขวาที่ Market Watch เปิดแสดงค่า Spread เรียลไทม์ หรือ High/Low เพื่อดูราคาสูงสุด-ต่ำสุดของวัน
เปิดกราฟแบบรวดเร็ว
มี 2 วิธีในการเปิดกราฟราคา
  1. วิธีลาก: คลิกซ้ายค้างที่ชื่อตราสาร แล้วลากไปวางในพื้นที่กราฟ
  2. วิธีคลิกขวา: คลิกขวาที่ชื่อตราสาร แล้วเลือก “Chart Window”
ตรวจสอบเวลาตลาดและช่วงเวลาเทรด
ดู Server Time (GMT+2) ที่มุมบนของหน้าต่าง Market Watch เพื่อตรวจสอบช่วงเวลาเปิด-ปิดของตลาด

คู่มือฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับเงื่อนไขการเทรดของ XM

การตั้งค่า Market Watch สำหรับบัญชี Micro (ตราสารที่มีคำว่า .micro ต่อท้าย)

บัญชี Micro สามารถเทรดได้เฉพาะตราสารที่มีคำว่า “micro” ต่อท้ายเท่านั้นหากเลือกสัญลักษณ์ผิดจะไม่สามารถเปิดออเดอร์ได้

จุดสำคัญในการใช้งานบัญชี Micro

ข้อจำกัดสำคัญในการเทรด
บัญชี Micro เทรดได้เฉพาะตราสารที่มี “micro” ต่อท้าย เช่น EURUSDmicro, GBPUSDmicro, XAUUSDmicro
ปิดกราฟตราสารปกติก่อนเริ่มใช้งาน
เมื่อเริ่มใช้บัญชี Micro ครั้งแรก ให้ปิดกราฟสัญลักษณ์ปกติ (Standard) ทั้งหมดก่อน
เปิดกราฟใหม่จากตราสาร micro เท่านั้น
เลือกเปิดกราฟจากรายการที่มี “micro” ต่อท้ายใน Market Watch เท่านั้น
จัดระเบียบด้วยการซ่อนตราสารที่ไม่ใช้
คลิกขวาที่ตราสารที่ไม่ต้องการ แล้วเลือก “Hide” เพื่อซ่อน

เปรียบเทียบรายละเอียดประเภทบัญชี XM

Show All – ดูสินทรัพย์ทั้งหมดที่ XM มีให้บริการ

หน้าต่าง Market Watch บน MT4 แสดงราคาซื้อขายปัจจุบันและยังเป็นศูนย์กลางในการจัดการข้อมูลตราสารทั้งหมด เพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงและจัดการสินทรัพย์ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก

ฟังก์ชันสำคัญของ Market Watch

Show All – แสดงสินทรัพย์ทั้งหมด
คลิกขวาที่ Market Watch แล้วเลือก Show All (แสดงทั้งหมด) เพื่อดูตราสารทั้งหมดที่ XM มีให้บริการ
Symbols – จัดการรายการตราสาร
คลิกขวาที่ Market Watch แล้วเลือก Symbols (สัญลักษณ์) เพื่อเลือกแสดงเฉพาะตราสารที่สนใจ
Properties – ตรวจสอบข้อมูลเทคนิค
คลิกขวาที่ตราสารใน Market Watch แล้วเลือก Specification (คุณลักษณะ) เพื่อดูค่า Swap, Margin, ระยะ Stop Loss และเงื่อนไขการเทรด
Sets – บันทึกกลุ่มสินทรัพย์
คลิกขวาใน Market Watch แล้วเลือก Sets (กลุ่ม) > Save As (บันทึกเป็น) เพื่อบันทึกตราสารเป็นกลุ่ม และจัดการได้ง่ายขึ้น
Popup Prices – หน้าต่างลอยตัว
กดปุ่ม F10 เพื่อแสดงราคาในหน้าต่างลอยตัวขนาดใหญ่ หรือดับเบิลคลิกเพื่อเปิดออเดอร์ได้ทันที

การใช้หน้าต่าง Navigator

หน้าต่าง Navigator: ศูนย์กลางจัดการบัญชีและเครื่องมือ

หน้าต่าง Navigator เป็นศูนย์รวมฟีเจอร์สำคัญของ MT4 ช่วยให้คุณเข้าถึงเครื่องมือจัดการบัญชีเทรดและวิเคราะห์กราฟได้รวดเร็ว

ส่วนประกอบสำคัญของหน้าต่าง Navigator

ตำแหน่งและการควบคุมหน้าต่าง
หน้าต่าง Navigator แสดงอยู่ทางซ้ายของหน้าจอ สามารถเปิดหรือซ่อนได้ด้วยทางลัด Ctrl+N
ส่วน Accounts (บัญชี) – จัดการและสลับบัญชีเทรด
สลับระหว่างบัญชี Standard, Micro และ Demo ได้โดยดับเบิลคลิกที่บัญชีที่ต้องการ
ส่วน Indicators: เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค
รวบรวม Indicators ทั้งหมดที่ติดตั้งไว้ เช่น Moving Average, RSI, MACD, Bollinger Bands สามารถดับเบิลคลิกเพื่อใส่ในกราฟ หรือลบได้ด้วยการคลิกขวาที่กราฟ > Indicators List > Delete
ส่วน Expert Advisors: ระบบเทรดอัตโนมัติ
แสดงรายการ EA ทั้งหมด ลากไปวางบนกราฟเพื่อใช้งาน
ส่วน Scripts: คำสั่งสำเร็จรูป
โปรแกรมทำงานเฉพาะอย่าง เช่น ปิดออเดอร์ทั้งหมดพร้อมกัน ตั้งค่า SL/TP อัตโนมัติ คำนวณขนาด Lot

การจัดการและปรับแต่งหน้าต่างกราฟ

การควบคุมและใช้งานหน้าต่างกราฟเบื้องต้น

หน้าต่างกราฟ (Chart) ในโปรแกรม MT4 เป็นพื้นที่ทำงานหลักที่รวมเครื่องมือวิเคราะห์และคำสั่งซื้อขายไว้ด้วยกัน

ฟังก์ชันสำคัญในการจัดการหน้าต่างกราฟ

เข้าถึงเมนูทางลัดได้ทันที
คลิกขวาบนกราฟเพื่อเข้าถึงเมนูทางลัด เปิดคำสั่งซื้อขาย เปลี่ยน Timeframe (M1, M5, H1, D1) หรือย่อ-ขยายกราฟ
ปรับแต่งสีสันและรูปแบบตามต้องการ
คลิกขวาบนกราฟแล้วเลือก “Properties” หรือกด F8 เพื่อปรับสีแท่งเทียน สีพื้นหลัง สีกริด
จัดเรียงหน้าต่างกราฟหลายตัวพร้อมกัน
ใช้เมนู Window (หน้าต่าง) ที่ด้านบนแล้วเลือก Tile Horizontally (เรียงแนวนอน), Tile Vertically (เรียงแนวตั้ง) หรือ Cascade (ซ้อน)
ตอบสนองต่อเหตุการณ์ตลาด
การเข้าใจในการควบคุมหน้าต่างกราฟจะช่วยให้คุณตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวของตลาดได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ปรับแต่งและจัดการวัตถุบนกราฟอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดการองค์ประกอบบนกราฟ ไม่ว่าจะเป็นเส้นแนวโน้ม รูปทรง หรือ Indicator ช่วยให้การวิเคราะห์ชัดเจนและไม่สับสน คุณจะมองเห็นข้อมูลที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น

การจัดการวัตถุและ Indicator บนกราฟ MT4

Object List – จัดการวัตถุบนกราฟ
คลิกขวาที่กราฟแล้วเลือก “Object List” เพื่อแก้ไขหรือลบวัตถุ
แถบ Common (ทั่วไป) – ปรับแต่งสีและสไตล์
ปรับแต่งสีเส้น ความหนา และสไตล์ได้ในแถบ Common (ทั่วไป)
แถบ Parameters – ระบุพิกัดที่แม่นยำ
ระบุค่าพิกัดราคาและเวลาได้ในแถบ “Parameters”
ฟีเจอร์ Visualization – แสดงผลตามช่วงเวลา
ระบุค่าพิกัดราคาและเวลาได้ในแถบ “Parameters”
Indicators List – จัดการ Indicator
คลิกขวาที่กราฟแล้วเลือก “Indicators List” เพื่อแก้ไขหรือลบ Indicator

การตั้งค่าหน้าต่างกราฟผ่านเมนู Properties (F8)

ปรับแต่งกราฟด้วยเมนู Properties เพื่อให้วิเคราะห์ง่ายและมองเห็นจังหวะเข้าเทรดได้ชัดเจน

ฟังก์ชันสำคัญในเมนู Properties

การเข้าถึงเมนู Properties
คลิกขวาบนกราฟแล้วเลือก “Properties” (คุณสมบัติ) หรือกดปุ่ม F8
แถบ Colors – ปรับสีสันองค์ประกอบ
กำหนดสีพื้นหลัง เส้นตาราง และสีแท่งเทียน
แถบ Common (ทั่วไป) – ปรับประเภทกราฟ
แถบ Common (ทั่วไป) ใช้เปลี่ยนประเภทกราฟระหว่าง Bar Chart, Candlestick และ Line Chart
การเปิดใช้เส้นราคา Ask
เปิดเส้น Ask เพื่อแสดงค่าสเปรดบนกราฟ
ฟังก์ชัน Chart Shift
เว้นระยะห่างระหว่างกราฟกับขอบด้านขวา เพื่อให้มีพื้นที่วิเคราะห์
ปุ่ม Reset – คืนค่าเริ่มต้น
ปรับแต่งได้สบาย ๆ หากต้องการเริ่มใหม่สามารถคลิก Reset เพื่อคืนค่าเริ่มต้นได้ทันที

ติดตั้งและปรับแต่งเครื่องมือวิเคราะห์บน MT4

การเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดบน MT4 ต้องใช้เครื่องมือช่วยวิเคราะห์ เช่น Indicator และ Script ช่วยให้คุณประเมินทิศทางตลาดและจัดการคำสั่งได้รวดเร็วขึ้น

การใช้งาน Indicator และ Script

การติดตั้ง Indicator
ลาก Indicator จาก Navigator มาวางบนกราฟ
การจัดการ Indicator
คลิกขวาบนกราฟแล้วเลือก Indicators เพื่อแก้ไขหรือลบ
Custom Indicators
MT4 รองรับ Custom Indicators ที่พัฒนาเฉพาะทาง
การใช้งาน Script
Script ทำงานเพียงครั้งเดียว เช่น ปิดออเดอร์ทั้งหมดในคลิกเดียว
การอนุญาตให้ Script ทำงาน
ไปที่ Tools > Options > Expert Advisors แล้วเปิด “Allow live trading”

การบันทึกและจัดการการตั้งค่ากราฟ

ลดเวลาตั้งค่ากราฟด้วย Profiles

ฟีเจอร์ Profiles บน MT4 ช่วยให้คุณบันทึกและจัดการกลุ่มหน้าต่างกราฟที่ตั้งค่าไว้แล้ว เพื่อเรียกใช้ได้ทันทีและประหยัดเวลาในการจัดเตรียมหน้าจอการเทรดอย่างมาก

การใช้งานฟีเจอร์ Profiles

ประโยชน์ของ Profiles
ลดเวลาจัดเตรียมหน้าจอเมื่อสลับไปวิเคราะห์ตราสารต่าง ๆ
การเข้าถึงเมนู Profiles
ไปที่ File > Profiles ระบบมีโปรไฟล์มาตรฐานให้เลือก เช่น Euro หรือ Market Overview
การสร้างโปรไฟล์เฉพาะตัว
ทำตามขั้นตอนนี้
  1. จัดหน้าต่างกราฟและเพิ่ม Indicator ตามต้องการ
  2. ไปที่เมนู File > Profiles
  3. เลือกบันทึกเป็น (Save As) (บันทึกเป็น)
การกู้คืนกราฟที่ลบไป
ไปที่เมนูไฟล์ (File) > เปิดที่ลบแล้ว (Open Deleted) เพื่อกู้คืนกราฟที่ปิดไปโดยไม่ตั้งใจ

บันทึกชุดการตั้งค่ากราฟด้วย Templates

Templates บน MT4 ช่วยประหยัดเวลาและสร้างมาตรฐานในการวิเคราะห์กราฟ คุณสามารถบันทึกการตั้งค่ากราฟที่ชอบแล้วนำไปใช้กับตราสารอื่น ๆ ได้ทันที

การใช้งานและจัดการ Templates

ข้อมูลที่ Template บันทึก
Templates บันทึก Indicators, Objects, สี และ Timeframe ที่คุณตั้งค่าไว้
การสร้าง Template ส่วนตัว
ทำตามขั้นตอนดังนี้
  1. ปรับแต่งกราฟตามสไตล์ที่ต้องการ
  2. คลิกขวาบนกราฟ → Templates → Save Template
  3. ตั้งชื่อแล้วกด Save
การเรียกใช้ Template
เปิดกราฟใหม่ แล้วใช้คำสั่ง Load Template
เคล็ดลับการใช้ Template Default
บันทึก Templates ด้วยชื่อ “default” เพื่อให้ระบบใช้กับทุกกราฟใหม่โดยอัตโนมัติ

Templates ช่วยให้เทรดเดอร์ทำงานได้เร็วขึ้น พร้อมรักษามาตรฐานการวิเคราะห์ให้เหมือนกันในทุกตราสาร

การใช้งานหน้าต่าง Terminal

การใช้ Terminal ตรวจสอบสถานะการเทรดและตั้งค่าแจ้งเตือน

หน้าต่าง Terminal รวบรวมข้อมูลการทำธุรกรรมทั้งหมดไว้ในที่เดียว

ฟังก์ชันสำคัญในหน้าต่าง Terminal

แถบ Trade: ใช้ติดตามออเดอร์ที่กำลังเปิดอยู่
แสดงออเดอร์ที่เปิดอยู่และออเดอร์ที่ตั้งไว้รอ พร้อมข้อมูล Balance, Equity, Margin และกำไร/ขาดทุนแบบเรียลไทม์
แถบ Account History: ตรวจสอบประวัติการเทรด
เก็บประวัติรายการที่ปิดแล้วทั้งหมด รวมถึงประวัติฝาก-ถอนเงิน คลิกขวาเพื่อเลือกช่วงเวลาที่ต้องการ
แถบ Alerts: ตั้งค่าแจ้งเตือนราคา
ตั้งค่าแจ้งเตือนเมื่อราคาถึงระดับที่กำหนด ไม่ต้องจ้องกราฟตลอดเวลา
แถบ Journal: บันทึกกิจกรรมของระบบ
บันทึกการเชื่อมต่อ Server การส่งคำสั่งซื้อขาย และการทำงานของ EA
แถบ News และ Mailbox: รับข่าวสารสำคัญ
แสดงข่าวทางการเงินและประกาศสำคัญจากโบรกเกอร์

การใช้ Terminal เข้าถึงระบบเทรดอัตโนมัติและสัญญาณเทรด

Terminal เปรียบเสมือนคลังทรัพยากรขนาดใหญ่ที่ช่วยยกระดับการเทรดจากระดับพื้นฐานไปสู่การใช้งานเครื่องมือขั้นสูงได้

เครื่องมือขั้นสูงใน Terminal

แถบ Signals: สัญญาณเทรดจากมืออาชีพ
ติดตามและคัดลอกสัญญาณการเทรดจากเทรดเดอร์ทั่วโลกผ่านระบบ Copy Trade
แถบ Code Base: คลังเครื่องมือฟรี
แหล่งรวม Indicators และ EA ฟรีที่ผู้ใช้งานทั่วโลกแบ่งปัน ดาวน์โหลดและติดตั้งได้ทันที
แถบ Market: ตลาดเครื่องมือพรีเมียม
ตลาดซื้อขาย Indicators และ EA แบบพรีเมียม ดูรีวิวและซื้อติดตั้งได้ทันที
แถบ Experts: ตรวจสอบระบบอัตโนมัติ
ตรวจสอบสถานะการทำงานของ EA แบบเรียลไทม์ แสดงการเปิด-ปิดออเดอร์และข้อความแจ้งเตือน

การนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้อย่างเหมาะสมจะช่วยลดภาระการวิเคราะห์และเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจเทรดได้อย่างมีนัยสำคัญ

Terminal – ควบคุมทุกการเทรด

หน้าต่างเทอร์มินัล (Terminal) เป็นศูนย์กลางสำคัญในการติดตามและจัดการทุกกิจกรรมการเทรดบน MT4 ทำหน้าที่เป็นที่รวมข้อมูลสถานะทางการเงินแบบเรียลไทม์และการจัดการออเดอร์ทั้งหมดของคุณ

แถบเมนูสำคัญในหน้าต่าง Terminal

แถบ Trade
แสดงค่า Balance, Equity, Margin และกำไร/ขาดทุนแบบเรียลไทม์
แถบ Account History
เก็บประวัติรายการที่ปิดแล้วทั้งหมด คลิกขวาเพื่อเลือกดูประวัติตามช่วงเวลาที่ต้องการ หรือบันทึกเป็นรายงาน
แถบ News
ติดตามข่าวเศรษฐกิจและประกาศสำคัญ
แถบ Alerts
ตั้งค่าแจ้งเตือนเมื่อราคาถึงระดับที่กำหนด
แถบ Mailbox และ Journal
Mailbox รับข้อมูลจากโบรกเกอร์ ส่วน Journal บันทึกกิจกรรมเชิงเทคนิคของระบบ

การจัดการหลายบัญชีด้วย MultiTerminal

ใช้ MT4 MultiTerminal ควบคุมหลายบัญชีได้ในคลิกเดียว

XM MT4 MultiTerminal บริหารจัดการได้สูงสุด 128 บัญชีพร้อมกัน

ความสามารถหลักของ XM MT4 MultiTerminal

การจัดการหลายบัญชีในหน้าจอเดียว
ลดความยุ่งยากในการสลับบัญชี ควบคุมทุกพอร์ตจากจุดเดียว
ตรวจสอบสถานะการเงินภาพรวม
ดู Balance, Equity และ Margin ของทุกบัญชีได้ในคราวเดียว
ระบบกระจายคำสั่งซื้อขายที่ยืดหยุ่น
แบ่ง Lot ให้เท่ากันทุกบัญชี หรือแบ่งตามสัดส่วนเงินทุน
การจัดการออเดอร์แบบรวมศูนย์
แก้ไข SL/TP หรือปิดออเดอร์ทั้งหมดพร้อมกันในทุกบัญชีได้จากแถบ Close

การส่งคำสั่งซื้อขายและดูประวัติ

ขั้นตอนการส่งคำสั่งซื้อขาย (New Order) อย่างละเอียด

การส่งคำสั่งซื้อขายบน MT4 ถูกออกแบบมาให้ผู้เทรดสามารถเข้าถึงตลาดได้อย่างรวดเร็ว

ขั้นตอนการเปิดคำสั่งซื้อขาย

ขั้นตอนการเปิดคำสั่งซื้อขาย
เรียกหน้าต่างคำสั่งซื้อขาย
  • ดับเบิลคลิกที่คู่เงินใน Market Watch
  • คลิกขวาบนกราฟ > Trading > New Order
  • กดปุ่มทางลัด F9
การตรวจสอบข้อมูลพื้นฐาน
ตรวจสอบสัญลักษณ์คู่เงิน (Symbol) และกำหนดขนาดสัญญา (Volume)
การตั้งค่า Stop Loss และ Take Profit
กำหนดระดับป้องกันความเสี่ยงและเป้าหมายกำไรผ่านช่อง Stop Loss และ Take Profit
เลือกรูปแบบการส่งคำสั่ง
  • ดับเบิลคลิกที่คู่เงินใน Market Watch
  • คลิกขวาบนกราฟ > Trading > New Order
การยืนยันและติดตามคำสั่งซื้อขาย
กด “Sell by Market” หรือ “Buy by Market” เพื่อยืนยัน ติดตามคำสั่งได้ในแถบ Trade ของ Terminal

การดูประวัติการเทรดผ่าน Account History

การตรวจสอบประวัติออเดอร์ที่ปิดแล้วผ่านแถบ Account History

ฟีเจอร์สำคัญของ Account History

การแสดงข้อมูลครบถ้วน
แสดงเวลาเปิด-ปิด ราคา ผลกำไรขาดทุน ค่าธรรมเนียม และค่า Swap
ความแตกต่างระหว่าง Trade และ Account History
Trade แสดงออเดอร์ปัจจุบัน ส่วน Account History แสดงออเดอร์ที่ปิดแล้ว
การกรองข้อมูลตามช่วงเวลา
คลิกขวาที่แถบ Account History เพื่อกรองข้อมูลตามวัน สัปดาห์ เดือน หรือกำหนดช่วงเวลาเอง
ฟังก์ชัน Save as Report
บันทึกรายงานเป็นไฟล์ HTML หรือ XML เพื่อทำ Trading Journal

การป้องกันและจัดการความเสี่ยงในการเทรด

ตั้งค่า Stop Loss และ Take Profit เพื่อควบคุมความเสี่ยง

การตั้งค่า Stop Loss (SL) และTake Profit (TP) เป็นพื้นฐานสำคัญของการบริหารความเสี่ยง

การตั้งค่า Stop Loss และ Take Profit

ประโยชน์ของ SL/TP
ปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อราคาถึงระดับที่กำหนด
ตั้งค่าตอนเปิดออเดอร์ใหม่
ระบุระดับราคาในช่องที่กำหนดในหน้าต่าง New Order
การแก้ไขออเดอร์ที่มีอยู่
หากมีออเดอร์ที่เปิดค้างไว้ สามารถแก้ไขได้โดยทำตามขั้นตอนดังนี้
  1. คลิกขวาที่ออเดอร์ในแถบ Trade
  2. เลือก Modify or Delete Order
  3. ระบุระดับราคาสำหรับ SL และ TP
ตัวเลือกการตั้งค่า
ระบุราคาโดยตรง หรือใช้ฟังก์ชัน Copy as ให้โปรแกรมคำนวณให้
ข้อควรระวังเรื่องระยะห่างขั้นต่ำ
ต้องตรวจสอบระยะห่างขั้นต่ำ (Stop Level) ที่โบรกเกอร์กำหนด หากตั้งราคาใกล้เกินไป ปุ่ม Modify จะใช้งานไม่ได้

ตั้งค่าและบริหารความเสี่ยงด้วย Trailing Stop

Trailing Stop คือเครื่องมือบริหารจัดการคำสั่งซื้อขายอัจฉริยะ ที่ช่วยรักษาผลกำไรสะสมและการจำกัดความเสี่ยงโดยอัตโนมัติ

การใช้งาน Trailing Stop

ประโยชน์ของ Trailing Stop
ช่วยให้คุณเก็บกำไรได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการ หากราคาพลิกกลับ ระบบจะปิดออเดอร์ที่จุดกำไรสูงสุดทันที
วิธีการตั้งค่า Trailing Stop
ขั้นตอนการตั้งค่ามีดังนี้
  1. คลิกขวาที่ออเดอร์ในแถบ Trade
  2. เลือก Trailing Stop
  3. ระบุระยะห่างเป็นจำนวนจุด
ข้อควรระวังสำคัญ
Trailing Stop ทำงานผ่าน MT4 ไม่ได้ทำงานบน Server โดยตรง ต้องเปิด MT4 และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทิ้งไว้เสมอ
การใช้งานสำหรับการรันเทรนด์
เหมาะสำหรับการรันเทรนด์เพื่อให้ได้กำไรสูงสุดในขณะที่ความเสี่ยงลดลง

การใช้งาน Pending Orders

ประเภทและวิธีการตั้งค่า Pending Orders

Pending Orders หรือคำสั่งซื้อขายล่วงหน้า เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณเปิดออเดอร์อัตโนมัติในระดับราคาที่ต้องการ แม้ไม่ได้ติดตามกราฟอยู่ตลอดเวลา

ประเภทของ Pending Orders

ประโยชน์ของ Pending Orders
การตั้งราคาล่วงหน้าช่วยให้ทำตามแผนการเทรดได้อย่างมีวินัย
Buy Limit
รอซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน เหมาะสำหรับดักซื้อเมื่อราคาย่อตัว
Sell Limit
รอขายในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน เหมาะสำหรับดักขายเมื่อราคาปรับตัวขึ้น
Buy Stop
ซื้อตามเมื่อราคาทะลุแนวต้าน เหมาะสำหรับเทรดตามแนวโน้มขาขึ้น
Sell Stop
ขายตามเมื่อราคาหลุดแนวรับ เหมาะสำหรับเทรดตามแนวโน้มขาลง
การตั้งค่า Pending Orders
เปิดหน้าต่าง New Order (F9) แล้วเปลี่ยนประเภทเป็น Pending Order เพื่อระบุระดับราคาและวันหมดอายุ

ารวาง Pending Orders พร้อมระบุ SL/TP

การตั้ง Pending Orders บน MT4 ช่วยให้คุณเทรดตามแผนได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องคอยติดตามราคาตลอดเวลา

ขั้นตอนการตั้ง Pending Orders

ประโยชน์ของ Pending Orders
เข้าซื้อในราคาที่ย่อตัวหรือขายในจุดที่ราคาสูงขึ้น พร้อมกำหนด SL/TP ตั้งแต่ต้น
การเปิดหน้าต่างคำสั่ง
กด F9 แล้วเปลี่ยนประเภทจาก Market Execution เป็น Pending Order
การกำหนดราคาและป้องกันความเสี่ยง
ระบุระดับราคา พร้อมกำหนด Stop Loss และ Take Profit
การตั้งวันหมดอายุ
ตั้งวันหมดอายุเพื่อยกเลิกออเดอร์อัตโนมัติ หากราคาไม่ถึงระดับที่กำหนดภายในเวลาที่ตั้งไว้
การจัดการคำสั่งใน Terminal
คำสั่งที่วางไว้จะอยู่ในแถบ Trade คลิกขวาเพื่อแก้ไขหรือยกเลิกได้ตลอดเวลา
ข้อจำกัด Stop Level
Pending Order ต้องตั้งให้ห่างจากราคาปัจจุบันตาม Stop Level ที่โบรกเกอร์กำหนด

การเทรดอัตโนมัติด้วย Expert Advisor (EA)

ติดตั้ง EA เพื่อเทรดอัตโนมัติ

การติดตั้ง EA ช่วยเปลี่ยนจากการเทรดด้วยมือมาเป็นระบบอัตโนมัติ

ขั้นตอนการติดตั้ง Expert Advisors

ประโยชน์ของการใช้ EA
เฝ้าติดตามตลาดและส่งคำสั่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง ลดผลกระทบจากอารมณ์
การติดตั้งไฟล์ EA
ขั้นตอนการติดตั้งไฟล์ EA มีดังนี้
  1. ไปที่ File > Open Data Folder
  2. วางไฟล์ EA (.mq4 หรือ .ex4) ในโฟลเดอร์ MQL4 > Experts
  3. กลับมาที่ Navigator คลิกขวาแล้วเลือก Refresh
  4. ลาก EA จาก Navigator ลงบนกราฟ
การตั้งค่าสิทธิ์การทำงาน
ในแถบ Common (ทั่วไป) ติ๊กถูกที่ “Allow live trading” และ “Allow DLL imports” (ถ้า EA ต้องการ)
การตรวจสอบสถานะการทำงาน
ตรวจสอบว่าปุ่ม Auto Trading เป็นสีเขียว และสัญลักษณ์หน้ายิ้มปรากฏที่มุมกราฟ

ต้องเปิด MT4 และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไว้เพื่อให้ EA ทำงาน ปุ่ม Auto Trading ต้องเป็นสีเขียวเสมอ

ตั้งค่าและดูผลการทดสอบใน Strategy Tester

การทำ Backtesting ช่วยประเมินประสิทธิภาพของ EA กับข้อมูลราคาในอดีต

การใช้งาน Strategy Tester

ประโยชน์ของ Backtesting
เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของกลยุทธ์ผ่านสถิติ ลดความเสี่ยงจากการใช้ระบบที่ไม่ได้ทดสอบ
การเปิดหน้าต่าง Strategy Tester
ไปที่ View > Strategy Tester หรือกด Ctrl+R
การตั้งค่าการทดสอบ
ขั้นตอนการตั้งค่าการทดสอบมีดังนี้
  1. เลือกชื่อ EA และคู่สกุลเงิน
  2. กำหนดโมเดลเป็น Every tick เพื่อความแม่นยำสูงสุด
  3. ระบุช่วงเวลาที่ต้องการทดสอบ
  4. เปิด Visual Mode หากต้องการดูการจำลองแบบเห็นภาพบนกราฟ
การดูผลลัพธ์การทดสอบ
ดูผลลัพธ์ได้จากแถบ Graph ที่แสดงเส้นการเติบโตของเงินทุน และแถบ Report ที่สรุปกำไรสุทธิ Win Rate และ Drawdown

ดูค่า Drawdown และ Win Rate ในแถบ Report ก่อนใช้จริง

การคัดลอกสัญญาณเทรดด้วย MQL5 Signals

ใช้ MQL5 Signals คัดลอกการเทรดจากผู้เชี่ยวชาญอัตโนมัติ

MQL5 Signals ช่วยคัดลอกคำสั่งซื้อขายจากเทรดเดอร์ทั่วโลกมาสู่บัญชีคุณ

การใช้งาน MQL5 Signals

กลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม
เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัด หรือต้องการเทรดตามแผนอย่างมีระบบ
การลงทะเบียนและเชื่อมต่อบัญชี
เริ่มต้นได้โดยทำตามขั้นตอนดังนี้
  1. ลงทะเบียนที่ https://www.mql5.com/
  2. เปิด MT4 ไปที่ Tools > Options
  3. เลือกแถบ Community และเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี MQL5
การเลือกผู้ส่งสัญญาณ
ตรวจสอบรายชื่อและสถิติผลตอบแทนได้ที่แถบ Signals ใน Terminal
การตั้งค่าพารามิเตอร์ความเสี่ยง
กด Subscribe แล้วกำหนดสัดส่วนเงินทุนและจุดตัดขาดทุนอัตโนมัติ

เลือกผู้ส่งสัญญาณที่มี Win Rate สูงและ Drawdown ต่ำ

MT4 WebTrader เทรดผ่านเว็บเบราว์เซอร์

เข้าถึงตลาดได้ทันทีผ่านเว็บเบราว์เซอร์

MT4 WebTrader เน้นความสะดวกและรวดเร็ว เข้าถึงผ่านเว็บเบราว์เซอร์โดยไม่ต้องดาวน์โหลด

จุดเด่นของ MT4 WebTrader

ความยืดหยุ่นในการเข้าถึง
เข้าถึงบัญชีจากคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ที่มีอินเทอร์เน็ต
การเข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบผ่านเว็บไซต์ XM ด้วยหมายเลขบัญชีและรหัสผ่านชุดเดิม
หน้าจอที่คุ้นเคย
หน้าจอออกแบบจาก MT4 PC มี Market Watch, Chart Window และ Toolbox
ฟีเจอร์ One-Click Trading
รองรับ One-Click Trading เพื่อความรวดเร็วในการส่งคำสั่ง
การบันทึกการตั้งค่า
ทุกการตั้งค่าบันทึกบนระบบคลาวด์ พร้อมเรียกใช้งานได้เสมอ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตั้งค่าและใช้งาน MT4/MT5 (Q&A)

รวบรวมคำถามและคำตอบที่ผู้เริ่มต้นมักพบเมื่อใช้งาน MT4/MT5 กับ XM ครอบคลุมปัญหาที่พบบ่อยในการตั้งค่า การจัดการหน้าจอ การส่งคำสั่งซื้อขาย และการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ใช้ข้อมูลนี้เป็นแนวทางในการใช้งานแพลตฟอร์ม MT4/MT5 ได้อย่างถูกวิธี

ทำไม MT4 ของ XM ถึงแสดงตัวอักษรภาษาไทยผิดเพี้ยน?

สาเหตุมาจากการตั้งค่าภูมิภาคของ Windows ที่ไม่ตรงกับภาษาไทย แก้ไขได้ที่ Control Panel > Region > แถบ Administrative > เปลี่ยน System Locale เป็น Thai (Thailand) จากนั้น Restart คอมพิวเตอร์ MT4 จะแสดงผลภาษาไทยได้ถูกต้อง

บัญชี Micro ของ XM เทรดไม่ได้ ขึ้นข้อความ Trade is disabled มีวิธีแก้ไขอย่างไร?

บัญชี Micro เทรดได้เฉพาะตราสารที่มี “micro” ต่อท้ายเท่านั้น เช่น EURUSDmicro, XAUUSDmicro ตรวจสอบว่าเลือกสัญลักษณ์ถูกต้องใน Market Watch หากเลือกตราสาร Standard จะเปิดออเดอร์ไม่ได้

ตั้งค่า Stop Loss และ Take Profit แล้วแต่กดปุ่ม Modify ไม่ได้ เป็นเพราะอะไร?

เกิดจากการตั้งระดับ SL/TP ใกล้ราคาปัจจุบันเกินไป ละเมิด Stop Level ที่ XM กำหนด ตรวจสอบระยะห่างขั้นต่ำได้ที่ Market Watch > คลิกขวาที่ตราสาร > Specification > ดูค่า Stops level จากนั้นตั้ง SL/TP ให้เว้นระยะห่างมากกว่าค่านี้

Trailing Stop ของ XM MT4 ไม่ทำงาน ทำไมออเดอร์ไม่ปิดอัตโนมัติ?

Trailing Stop ทำงานผ่าน MT4 ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้ทำงานบน Server โดยตรง ต้องเปิด MT4 และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทิ้งไว้ตลอดเวลา หากปิด MT4 หรืออินเทอร์เน็ตไม่เสถียร Trailing Stop จะหยุดทำงานทันที

จะทราบได้อย่างไรว่า Expert Advisor (EA) กำลังทำงานบน XM MT4?

ตรวจสอบได้ 3 จุด (1) ปุ่ม Auto Trading บนแถบเครื่องมือต้องเป็นสีเขียว (2) มีสัญลักษณ์หน้ายิ้มปรากฏที่มุมบนขวาของกราฟ (3) ตรวจสอบในแถบ Experts ของ Terminal ว่ามีข้อความแสดงการทำงาน หากไม่ปรากฏให้ตรวจสอบว่าได้เปิด “Allow live trading” ใน EA Properties แล้วหรือไม่

ปิดกราฟบน XM MT4 โดยไม่ตั้งใจ จะกู้คืนได้อย่างไร?

ไปที่เมนู File > Open Deleted เพื่อกู้คืนกราฟที่ปิดไปล่าสุด MT4 เก็บประวัติกราฟที่ปิดไว้ให้กู้คืนได้ทันที

One Click Trading บน XM MT4 ไม่แสดงบนกราฟ ต้องเปิดใช้งานอย่างไร?

ไปที่ Tools > Options > แถบ Trade ติ๊กถูกที่ “One Click Trading” คลิก “I Agree” เมื่อมีหน้าต่างยืนยัน กล่อง One Click Trading จะปรากฏที่มุมบนซ้ายของกราฟทันที

ต้องการเปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีเทรด XM MT4 ทำได้หรือไม่?

ได้ ไปที่ Tools > Options > แถบ Server คลิกปุ่ม “Change” ระบุรหัสผ่านเก่าและรหัสผ่านใหม่ที่ต้องการ กด OK เพื่อบันทึก แนะนำให้บันทึกรหัสผ่านใหม่ไว้

Pending Order ที่วางไว้บน XM MT4 หายไปเกิดจากสาเหตุอะไร?

มี 2 สาเหตุหลัก (1) ราคาถึงระดับที่ตั้งไว้ ทำให้กลายเป็นออเดอร์ปัจจุบัน ตรวจสอบได้ในแถบ Trade (2) หมดอายุตามวันที่ตั้งไว้ (Expiry) ระบบจึงยกเลิกอัตโนมัติ

จะบันทึกการตั้งค่ากราฟบน XM MT4 เพื่อใช้ซ้ำได้อย่างไร?

ใช้ฟีเจอร์ Template โดยจัดกราฟตามต้องการ > คลิกขวาบนกราฟ > Templates > Save Template > ตั้งชื่อและกด Save เมื่อต้องการใช้ซ้ำให้เลือก Load Template แล้วเลือกชื่อที่บันทึกไว้

การใช้งาน MT4/MT5 กับ XM อาจมีปัญหาในช่วงแรก แต่ส่วนใหญ่แก้ไขได้ง่ายผ่านการตั้งค่าที่ถูกต้องไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาภาษาที่แสดงผิด การตรวจสอบประเภทบัญชีที่เหมาะสมกับตราสารที่เทรด หรือการทำความเข้าใจข้อจำกัดของเครื่องมือต่าง ๆ เช่น Stop Level, Trailing Stop และ EA

คู่มือนี้รวบรวมวิธีแก้ปัญหาที่ผู้ใช้งาน XM MT4/MT5 พบบ่อย หากพบปัญหาที่แก้ไขไม่ได้สามารถติดต่อทีมสนับสนุนลูกค้าของ XM ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คนไทยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงในวันธรรมดา

ใบอนุญาตทางการเงินและกฎหมาย

XM ดำเนินการโดย XM Global Limited ซึ่งได้รับการจดทะเบียนจาก Financial Services Commission (FSC) แห่งประเทศ Belize ภายใต้ Securities Industry Act 2021 (หมายเลขใบอนุญาต 000261/27)

คำเตือนความเสี่ยง

การซื้อขาย Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูงมากที่จะสูญเสียเงินลงทุน กรุณาอ่านและทำความเข้าใจ การเปิดเผยความเสี่ยงของ XM อย่างถ่องแท้

เอกสารทางกฎหมายของ XM Global Limited

โลโก้ XM - โบรกเกอร์ (Broker) ซื้อขาย Forex

ชื่อบริษัท: XM Global Limited
ที่อยู่: XM Global Limited, 63 Eve St, Belize City, Belize
ใบอนุญาตการซื้อขายเครื่องมือทางการเงิน: Belize Financial Services Commission (FSC) หมายเลขใบอนุญาต 000261/27

เว็บไซต์นี้ดำเนินการโดย SIGNUP EXPERT CO., LTD. ภายใต้ข้อตกลงพันธมิตรกับ XM (XM Global Limited) ดังนั้น ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่เก็บรวบรวมจะเป็นของ XM (XM Global Limited) และเว็บไซต์ของ SIGNUP EXPERT CO., LTD. ดำเนินการภายใต้โดเมน https://signupexpert.co.th

บริษัทผู้ให้ข้อมูล : SIGNUP EXPERT CO., LTD.
เลขทะเบียน : 0575567002853
ที่อยู่ : 66/143 หมู่11 ตลาดล้านเมือง ตำบลสันทราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 57000 ไทย

If you like this, please share!
Contents