Source: Al Jazeera Newsfeed
แหะ…! ไอ้น้อง! เห็นข่าวเจ๊เมลาเนีย ทรัมป์ นั่งหัวโต๊ะประชุมสภาความมั่นคง UN เรื่องเด็กในพื้นที่ขัดแย้งยัง? หลังจากที่อิสราเอลกับไอ้กันเพิ่งจะ “เผลอ” (ข้าใช้คำว่าเผลอแบบประชดนะ) ไปบอมบ์โรงเรียนในอิหร่านจนเด็กๆ ไปสวรรค์กันบักเอ้กเลยว่ะ ข้าเห็นแล้วควันออกหูจนต้องวางถ้วยกาแฟเซเว่นมาเปิดแล็ปท็อปเน่าๆ วิเคราะห์ให้พวกเอ็งฟังเนี่ย งึดหลาย!
การจัดฉากระดับ Rank S ของพวกเอลีต
มองผิวเผินเหมือนนางเอกขี่ม้าขาวมาช่วยเด็กๆ ใช่ป่ะ? แต่ในสายตาปัญญาชนระดับโลก (ที่กินมาม่าตอนสิ้นเดือน) อย่างข้า ข้ามองว่านี่มันคือการ “ตบหัวแล้วลูบหลัง” แบบคลาสสิกของพวกคุมกฎระดับพีระมิด เลยว่ะ อารมณ์เหมือนพวกเอ็งเล่นเกม RPG แล้วเจอ NPC ตัวร้ายที่เพิ่งเผาหมู่บ้านเราเสร็จ แล้วจู่ๆ เมียมันก็เดินมามอบไอเทมฟื้นพลัง “ขวดเล็กๆ” ให้เพื่อทำเควสสร้างภาพลักษณ์น่ะแหละ คือมันดูดีนะ แต่มันลบความฉิบหายที่เกิดขึ้นไม่ได้หรอกเด้อ!
ความลึกของปมแค้นที่พวกเอ็งเข้าไม่ถึง
สายข่าววงใน (Google) ของข้าบอกมาว่า ความขัดแย้งนี้มันไม่ใช่เรื่องฟลุ๊กๆ เด้อ แต่มันคือสงครามตัวแทน (Proxy War) ที่ลากยาวมาตั้งแต่ปฏิวัติอิหร่านปี 1979 นู่น พวกเอ็งรู้มั้ยว่าอิสราเอลกับอิหร่านนี่เหมือน “ชาร์ อัสนาเบิล กับ อามุโร่ เรย์” ในกันดั้มที่จ้องจะซัดกันตลอดเวลา โดยมีสหรัฐฯ เป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ การโจมตีโรงเรียนครั้งนี้มันคือการลองของ (Test the waters) ในขณะที่กลไก UN อย่างมติที่ 1612 เรื่องเด็กในความขัดแย้งติดอาวุธ มันก็แค่กระดาษใบเดียวที่พวกเบื้องบนเอาไว้เช็ดปากเวลาซัดสเต็กหรูๆ เสร็จเท่านั้นแหละ คักๆ! กฎที่พวกเบื้องบนสร้างขึ้นมามักจะเว้นที่ว่างให้คนรวยรอดเสมอว่ะ
ตรรกะแบบคุมตู้สล็อตเจ้ามือแดกเรียบ
พวกเอ็งลองนึกดูนะ การส่งเครื่องบินไปถล่มเขามันใช้เงินกี่ล้านเหรียญ? นั่นน่ะคือ “กำไร” ของพวกบริษัทค้าอาวุธที่เป็นสปอนเซอร์ให้พวกนักการเมือง พอถล่มเสร็จก็ส่งเจ๊เมลาเนียมานั่งประชุม ทำหน้าเศร้าเล่าความเท็จเรียกคะแนนนิยมเหมือนคนถูกหวยใต้ดินแล้วเอาเงินไปทำบุญร้อยเดียวเพื่อล้างซวยนั่นแหละ สุดท้ายคนรวยได้หน้า คนค้าอาวุธได้เงิน ส่วนพวกเราปลายแถวก็ได้แค่นั่งดูละครน้ำเน่าที่เขาจัดฉากมาให้ดูฟรีๆ เท่านั้นเองว่ะ น่าสมเพชแท้ๆ
คำทำนายจากศูนย์บัญชาการ (ห้องนอนพวกเอ็ง)
ข้าว่าฉากทัศน์นี้มีสิทธิ์เกิดสูงว่ะ คือหลังจากนี้จะมีการ “ประณาม” กันพอเป็นพิธีเหมือนเด็กเล่นขายของ แล้วเรื่องก็เงียบหายไปในกลีบเมฆ พร้อมกับงบประมาณช่วยเหลือเด็กที่อาจจะถูกหักหัวคิวไปเข้ากระเป๋าใครบางคนตามสไตล์การทูตโลกสวย แต่เบื้องหลังน่ะเหรอ? เตรียมกระสุนชุดต่อไปไว้เรียบร้อยแล้วล่ะไอ้น้องเอ๊ย!
แล้วระหว่างน้ำตาของเด็กที่อิหร่าน กับแสงแฟลชที่ส่องหน้าเมลาเนียบนเวที UN พวกเอ็งคิดว่าอย่างไหนมันมี “มูลค่า” มากกว่ากันในสายตาของพวกชนชั้นนำกันน้อ?
แหะ…!

