สำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นใช้งาน TradingView เพื่อวิเคราะห์การลงทุน
“อยากลองใช้ TradingView แต่เห็นหน้าจอแล้วรู้สึกว่ายากมาก…”
“กลัวว่าจะเริ่มต้นลงทุนช้าเกินไป แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มวิเคราะห์กราฟยังไงดี…”
อาจมีหลายคนที่มีความรู้สึกเช่นนี้
จากประสบการณ์เทรด Forex กว่า 10 ปี ผู้เขียนพบว่าการเรียนรู้ TradingView อย่างเป็นระบบจะช่วยสร้างความมั่นใจในการลงทุนได้อย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงิน
ปัจจุบัน TradingView มีผู้ใช้งานมากกว่า 30 ล้านคนทั่วโลก เพราะใช้งานง่ายและมีเครื่องมือครบครัน ผู้เริ่มต้นสามารถเรียนรู้ได้จากฟังก์ชันพื้นฐานก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนาไปสู่การวิเคราะห์ที่ซับซ้อนขึ้น
ในบทความนี้ เราจะอธิบายเกี่ยวกับการใช้งาน TradingView สำหรับผู้เริ่มต้น
- วิธีใช้งานหน้าจอและเครื่องมือพื้นฐานแบบเข้าใจง่าย
- การอ่านและวิเคราะห์กราฟแท่งเทียนสำหรับมือใหม่
- การใช้อินดิเคเตอร์และการตั้งค่าแจ้งเตือนที่จำเป็น
- การเรียนรู้จากชุมชนนักลงทุนมืออาชีพ
ผู้เขียนเข้าใจดีว่าการเริ่มต้นใช้งานเครื่องมือวิเคราะห์การลงทุนอาจทำให้รู้สึกกังวล โปรดอ่านบทความนี้เพื่อเรียนรู้วิธีใช้งาน TradingView อย่างเป็นขั้นตอน และสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง
เริ่มต้นใช้งาน TradingView อย่างง่ายสำหรับมือใหม่
เริ่มต้นใช้งาน TradingView อย่างง่ายสำหรับมือใหม่
TradingView เป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์กราฟที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั่วโลก ด้วยการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายและใช้งานได้จริง
การเรียนรู้การใช้งาน TradingView ไม่ใช่เรื่องยาก แม้จะดูซับซ้อนในครั้งแรก แต่เมื่อเข้าใจพื้นฐานและฟังก์ชันสำคัญแล้ว จะพบว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การวิเคราะห์การลงทุนเป็นเรื่องที่สนุกและน่าสนใจ
เรามาทำความรู้จักกับหน้าจอและเครื่องมือพื้นฐาน รวมถึงวิธีการดูกราฟแท่งเทียนกัน
ทำความรู้จักหน้าจอและเครื่องมือพื้นฐาน
เมื่อเปิดใช้งาน TradingView ครั้งแรก อาจรู้สึกว่าหน้าจอมีองค์ประกอบมากมายจนสับสน แต่ไม่ต้องกังวล เพราะเราสามารถเริ่มต้นจากส่วนที่สำคัญและใช้งานบ่อยก่อนได้
หน้าจอหลักของ TradingView แบ่งออกเป็นส่วนสำคัญดังนี้:
-
แถบค้นหาด้านบน
ใช้สำหรับค้นหาสินทรัพย์ที่ต้องการวิเคราะห์ เช่น หุ้น คริปโตเคอร์เรนซี หรือ Forex โดยพิมพ์ชื่อหรือสัญลักษณ์ เช่น “AAPL” สำหรับหุ้น Apple หรือ “BTCUSD” สำหรับ Bitcoin
-
พื้นที่แสดงกราฟ
เป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของหน้าจอ แสดงกราฟราคาและเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคต่างๆ สามารถปรับขนาดและมุมมองได้ตามต้องการ
-
แถบเครื่องมือด้านบนของกราฟ
รวบรวมเครื่องมือพื้นฐานที่ใช้บ่อย เช่น การวาดเส้น การเพิ่มตัวชี้วัด และการปรับระยะเวลาของกราฟ เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยในการวิเคราะห์ทางเทคนิคขั้นพื้นฐาน
-
แถบด้านขวา
แสดงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินทรัพย์ เช่น ราคาปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลง และปริมาณการซื้อขาย รวมถึงข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
เริ่มต้นด้วยการทดลองใช้เครื่องมือพื้นฐานเหล่านี้ก่อน เมื่อคุ้นเคยแล้วค่อยเรียนรู้ฟังก์ชันขั้นสูงต่อไป
วิธีดูกราฟแท่งเทียนและการวิเคราะห์แนวโน้ม
กราฟแท่งเทียนเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่สำคัญในการวิเคราะห์ทางเทคนิค การเข้าใจวิธีอ่านกราฟแท่งเทียนจะช่วยให้มองเห็นแนวโน้มของตลาดได้ชัดเจนขึ้น
องค์ประกอบของแท่งเทียนแต่ละแท่งบอกข้อมูลสำคัญดังนี้:
-
สีของแท่งเทียน
แท่งสีเขียวหรือขาว แสดงว่าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด (ขึ้น) ส่วนแท่งสีแดงหรือดำ แสดงว่าราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด (ลง) ทำให้เห็นทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาได้ชัดเจน
-
ไส้เทียนด้านบนและล่าง
เส้นที่ยื่นออกมาจากตัวแท่งเทียน แสดงราคาสูงสุดและต่ำสุดในช่วงเวลานั้น บอกถึงความผันผวนและแรงซื้อขายในตลาด
-
ขนาดของแท่งเทียน
แท่งเทียนที่ยาวแสดงถึงการเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรง ส่วนแท่งเทียนสั้นบ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวที่เบาบาง ช่วยประเมินความแรงของแนวโน้มได้
การวิเคราะห์แนวโน้มเบื้องต้นทำได้โดย:
- สังเกตทิศทางของแท่งเทียนหลายๆ แท่งต่อเนื่องกัน
- ดูความสัมพันธ์ของราคากับเส้นค่าเฉลี่ย
- พิจารณาปริมาณการซื้อขายประกอบกับการเคลื่อนไหวของราคา
เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับการอ่านกราฟแท่งเทียน จะสามารถเพิ่มเครื่องมือวิเคราะห์อื่นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ฟังก์ชันสำคัญที่ต้องรู้สำหรับการวิเคราะห์
ฟังก์ชันสำคัญที่ต้องรู้สำหรับการวิเคราะห์
การเรียนรู้ฟังก์ชันหลักของ TradingView เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการวิเคราะห์ตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ
แม้ว่า TradingView จะมีฟังก์ชันมากมาย แต่การเริ่มต้นจากฟังก์ชันพื้นฐานที่จำเป็นจะช่วยให้เข้าใจการวิเคราะห์ได้ง่ายขึ้น
ในส่วนนี้ เราจะแนะนำฟังก์ชันสำคัญที่จะช่วยให้การวิเคราะห์ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การใช้อินดิเคเตอร์และสัญญาณการเทรด
อินดิเคเตอร์เป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยให้เห็นแนวโน้มตลาดได้ชัดเจนขึ้น
“การใช้อินดิเคเตอร์ที่ซับซ้อนเกินไปอาจทำให้สับสน” เป็นความกังวลที่พบบ่อยในนักลงทุนมือใหม่ แต่การเริ่มต้นจากอินดิเคเตอร์พื้นฐานจะช่วยสร้างความมั่นใจในการวิเคราะห์
-
Moving Average (MA)
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เป็นอินดิเคเตอร์พื้นฐานที่สุด วิธีเพิ่ม MA ทำได้โดยคลิกที่ไอคอน “Indicators” ด้านบนของกราฟ แล้วพิมพ์ “Moving Average” ในช่องค้นหา MA ช่วยในการมองเห็นแนวโน้มของราคาได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะ MA 200 วันที่นิยมใช้ดูแนวโน้มระยะยาว
-
Relative Strength Index (RSI)
RSI เป็นตัวชี้วัดที่บอกว่าราคาอยู่ในภาวะซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป การเพิ่ม RSI ทำได้เช่นเดียวกับ MA ค่า RSI เกิน 70 มักถือว่าอยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป ส่วนต่ำกว่า 30 ถือว่าอยู่ในภาวะขายมากเกินไป
-
การตั้งค่าการแจ้งเตือน
เมื่อเพิ่มอินดิเคเตอร์แล้ว สามารถตั้งการแจ้งเตือนเมื่อราคาหรือค่าอินดิเคเตอร์ถึงจุดที่กำหนดได้ คลิกขวาที่จุดที่ต้องการบนกราฟแล้วเลือก “Add Alert” เพื่อตั้งค่าแจ้งเตือน
การตั้งค่า Alerts และ Watchlist ที่จำเป็น
การตั้งค่าการแจ้งเตือนและรายการติดตามที่เหมาะสมช่วยให้ไม่พลาดโอกาสการลงทุนที่สำคัญ
“กลัวว่าจะพลาดจังหวะในการเข้าซื้อหรือขาย” เป็นความกังวลที่พบบ่อยในนักลงทุน การตั้งค่า Alerts และ Watchlist ที่ดีจะช่วยจัดการความกังวลนี้ได้
-
การสร้าง Watchlist
คลิกที่ไอคอน “+” ด้านบนขวาของหน้าจอเพื่อสร้าง Watchlist เพิ่มสินทรัพย์ที่สนใจโดยพิมพ์ชื่อหรือสัญลักษณ์ในช่องค้นหา สามารถจัดกลุ่ม Watchlist ตามประเภทสินทรัพย์หรือกลยุทธ์การลงทุนได้
-
การตั้งค่า Price Alerts
นอกจากการแจ้งเตือนจากอินดิเคเตอร์ ยังสามารถตั้งการแจ้งเตือนราคาได้ คลิกที่ไอคอนกระดิ่งด้านบนขวาเพื่อจัดการการแจ้งเตือน สามารถเลือกรับแจ้งเตือนผ่านอีเมล แจ้งเตือนบนเว็บ หรือแจ้งเตือนบนมือถือได้
-
การใช้ Multi-Chart Layout
สามารถดูหลายกราฟพร้อมกันได้โดยคลิกที่ไอคอนเลย์เอาต์ด้านบนขวา เลือกรูปแบบการแสดงผลที่ต้องการ เช่น 2×2 หรือ 3×3 ช่วยให้เปรียบเทียบหลายสินทรัพย์หรือหลาย Timeframe ได้พร้อมกัน
-
การกำหนด Auto-refresh
การตั้งค่าให้ข้อมูลอัพเดทอัตโนมัติเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการติดตามตลาด คลิกที่ไอคอนการตั้งค่าด้านบนขวา เลือก “Chart Settings” แล้วกำหนดความถี่ในการรีเฟรชข้อมูล สำหรับการเทรดระยะสั้น แนะนำให้ตั้งที่ 1 นาทีหรือน้อยกว่า
-
การบันทึกและจัดการ Templates
เมื่อตั้งค่าอินดิเคเตอร์และการแจ้งเตือนที่ใช้บ่อยแล้ว ควรบันทึกเป็น Template คลิกที่ไอคอนการตั้งค่าแล้วเลือก “Save Chart Layout As” การบันทึก Template ช่วยประหยัดเวลาในการตั้งค่าซ้ำ และรักษารูปแบบการวิเคราะห์ที่คุ้นเคย
การตั้งค่า Alerts และ Watchlist ที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยให้ไม่พลาดโอกาสการลงทุน แต่ยังช่วยจัดระเบียบการวิเคราะห์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้เขียนแนะนำให้เริ่มจากการตั้งค่าพื้นฐานและค่อย ๆ ปรับแต่งตามความต้องการและสไตล์การเทรดของตัวเอง
เทคนิคการวิเคราะห์กราฟขั้นต้น
เทคนิคการวิเคราะห์กราฟขั้นต้น
การวิเคราะห์กราฟทางเทคนิคเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการเทรด ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถระบุโอกาสในการลงทุนและจุดเข้า-ออกที่เหมาะสมได้
แม้การวิเคราะห์กราฟอาจดูซับซ้อนสำหรับผู้เริ่มต้น แต่การเรียนรู้อย่างเป็นระบบผ่านเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่าง TradingView จะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะนี้ได้อย่างมั่นใจ
ในส่วนนี้ เราจะมาเรียนรู้วิธีการอ่านกราฟในกรอบเวลาต่างๆ และการใช้ซูเปอร์ชาร์ตเพื่อทดสอบกลยุทธ์การเทรดของคุณ
การอ่านกราฟในแต่ละ Timeframe
การเลือกกรอบเวลา (Timeframe) ที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการวิเคราะห์กราฟ
-
กรอบเวลาระยะสั้น (1 นาที – 15 นาที)
เหมาะสำหรับการเทรดระยะสั้นหรือ Scalping ที่ต้องการทำกำไรจากความผันผวนของราคาในระยะเวลาสั้นๆ แต่ควรระวังเรื่องค่าธรรมเนียมที่อาจกระทบผลกำไร
-
กรอบเวลาระยะกลาง (1 ชั่วโมง – 4 ชั่วโมง)
เหมาะกับการเทรดแบบ Day Trading หรือ Swing Trading ซึ่งช่วยลดสัญญาณหลอกและให้ภาพแนวโน้มที่ชัดเจนขึ้น เป็นที่นิยมในกลุ่มนักลงทุนที่มีงานประจำ
-
กรอบเวลาระยะยาว (รายวัน – รายเดือน)
เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาวและการวิเคราะห์แนวโน้มหลัก ช่วยให้เห็นภาพรวมของตลาดได้ชัดเจน และลดความเครียดจากความผันผวนระยะสั้น
เทคนิคการวิเคราะห์กราฟแต่ละกรอบเวลา
- ดูแนวโน้มหลักจากกรอบเวลาใหญ่ก่อนเสมอ
- ยืนยันสัญญาณด้วยกรอบเวลาที่เล็กกว่า
- ใช้หลายกรอบเวลาประกอบกันเพื่อลดความเสี่ยง
วิธีใช้ซูเปอร์ชาร์ตและการทำ Backtest
ซูเปอร์ชาร์ตใน TradingView เป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยให้คุณสามารถทดสอบกลยุทธ์การเทรดกับข้อมูลในอดีตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
การสร้างซูเปอร์ชาร์ต
คลิกที่ไอคอน “+” บนแท็บชาร์ต เลือก “Add to Watchlist” จากนั้นเลือกสินทรัพย์ที่ต้องการวิเคราะห์ คุณสามารถเพิ่มตัวชี้วัดและเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคต่างๆ ได้ตามต้องการ
-
การตั้งค่า Backtest
เลือกช่วงเวลาที่ต้องการทดสอบ กำหนดเงินทุนเริ่มต้น และตั้งค่าพารามิเตอร์ต่างๆ เช่น จำนวนล็อต ค่าธรรมเนียม และการจัดการความเสี่ยง ยิ่งข้อมูลละเอียดเท่าไหร่ ผลการทดสอบจะยิ่งแม่นยำมากขึ้น
-
การวิเคราะห์ผล Backtest
ดูผลลัพธ์ทั้งในแง่ผลตอบแทน อัตราการชนะ Drawdown และค่าสถิติอื่นๆ ใช้ข้อมูลนี้ปรับปรุงกลยุทธ์ก่อนนำไปใช้จริง อย่าลืมว่าผลในอดีตไม่ได้รับประกันผลในอนาคต
ข้อควรระวังในการทำ Backtest
- ทดสอบในหลายสภาวะตลาดเพื่อดูความแข็งแกร่งของกลยุทธ์
- คำนึงถึงค่าธรรมเนียมและ Slippage ในการคำนวณ
- เริ่มทดลองเทรดด้วยเงินจริงในจำนวนน้อยก่อนเสมอ
เคล็ดลับการใช้ซูเปอร์ชาร์ตอย่างมีประสิทธิภาพ
-
การบันทึกและจัดการชาร์ต
สร้างระบบการจัดเก็บชาร์ตที่เป็นระเบียบ โดยแยกตามประเภทสินทรัพย์หรือกลยุทธ์การเทรด และตั้งชื่อให้เข้าใจง่าย เช่น “EUR-USD-H4-SMA-Strategy” เพื่อให้สามารถค้นหาและเรียกดูย้อนหลังได้สะดวก
-
การใช้ Template
สร้าง Template สำหรับการวิเคราะห์ที่ใช้บ่อย เช่น ชุดอินดิเคเตอร์ที่ชอบใช้ การตั้งค่าสี และรูปแบบการแสดงผล เพื่อประหยัดเวลาในการตั้งค่าใหม่ทุกครั้ง และรักษามาตรฐานในการวิเคราะห์
-
การเปรียบเทียบหลายกราฟ
ใช้ฟีเจอร์ Multi-Chart Layout เพื่อดูหลายกราฟพร้อมกัน เช่น เปรียบเทียบสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์กัน หรือดูกราฟเดียวกันในหลาย Timeframe เพื่อการวิเคราะห์ที่ครอบคลุม
การประยุกต์ใช้ข้อมูลจากการทำ Backtest
- วิเคราะห์สถิติการเทรดเพื่อหาจุดแข็งและจุดอ่อนของกลยุทธ์
- ปรับปรุงการจัดการความเสี่ยงจากข้อมูล Drawdown
- พัฒนาแผนการเทรดที่เหมาะสมกับสไตล์และเวลาของตนเอง
- สร้างความมั่นใจในการตัดสินใจผ่านข้อมูลที่เป็นระบบ
สำหรับผู้เริ่มต้น แนะนำให้เริ่มจากการทดสอบกลยุทธ์ง่ายๆ ก่อน เช่น การใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) หรือแนวรับแนวต้านพื้นฐาน
เมื่อคุณเริ่มคุ้นเคยกับการใช้ซูเปอร์ชาร์ตและการทำ Backtest คุณจะสามารถพัฒนากลยุทธ์ที่ซับซ้อนขึ้นและปรับแต่งให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของตนเองได้
ข้อแนะนำสำหรับการพัฒนาทักษะการวิเคราะห์
-
ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ
กำหนดเวลาในการฝึกวิเคราะห์กราฟทุกวัน แม้จะยังไม่ได้เทรดจริง การฝึกดูกราฟและจดบันทึกการวิเคราะห์จะช่วยพัฒนาทักษะของคุณอย่างต่อเนื่อง
-
เรียนรู้จากความผิดพลาด
บันทึกผลการวิเคราะห์และการตัดสินใจทุกครั้ง เมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ให้ทบทวนและวิเคราะห์สาเหตุเพื่อปรับปรุงในครั้งต่อไป
-
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
เข้าร่วมชุมชนนักวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น แต่ต้องรักษาวินัยในการตัดสินใจด้วยตนเองเป็นหลัก
วิธีใช้ชุมชน TradingView ให้เป็นประโยชน์
วิธีใช้ชุมชน TradingView ให้เป็นประโยชน์
ชุมชน TradingView เป็นแหล่งความรู้ที่มีค่าสำหรับนักลงทุนทุกระดับ โดยเฉพาะผู้เริ่มต้น
การเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้ที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนและการติดตามข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญจะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะการวิเคราะห์และการตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มาดูวิธีใช้ประโยชน์จากชุมชน TradingView และเครื่องมือต่าง ๆ ที่มีให้กันอย่างละเอียด
การเรียนรู้กลยุทธ์จากเทรดเดอร์มืออาชีพ
TradingView มีเทรดเดอร์มืออาชีพจำนวนมากที่แบ่งปันกลยุทธ์การเทรดของตนเอง ซึ่งเป็นโอกาสดีสำหรับผู้เริ่มต้นที่จะเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
“คุณอาจกำลังกังวลว่าจะเริ่มต้นเรียนรู้จากที่ไหนดี” การใช้ประโยชน์จากชุมชน TradingView มีวิธีดังนี้
-
ค้นหาเทรดเดอร์ที่น่าเชื่อถือ
เลือกติดตามเทรดเดอร์ที่มี Reputation Score สูง และมีประวัติการวิเคราะห์ที่แม่นยำ สังเกตได้จากจำนวนผู้ติดตามและคอมเมนต์เชิงบวกจากชุมชน
-
ศึกษาไอเดียการเทรด (Trading Ideas)
เทรดเดอร์มืออาชีพจะแชร์ Trading Ideas พร้อมการวิเคราะห์อย่างละเอียด ศึกษาวิธีการวิเคราะห์ การใช้เครื่องมือทางเทคนิค และเหตุผลในการเข้าเทรดของพวกเขา
-
ตั้งค่าการแจ้งเตือน
เปิดการแจ้งเตือนเมื่อเทรดเดอร์ที่คุณติดตามโพสต์การวิเคราะห์ใหม่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญและโอกาสในการเทรด
-
มีส่วนร่วมในการสนทนา
แสดงความคิดเห็นและถามคำถามในส่วนคอมเมนต์เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ยินดีที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์
การใช้ปฏิทินเศรษฐกิจเพื่อวางแผนการเทรด
ปฏิทินเศรษฐกิจใน TradingView เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณติดตามข่าวและเหตุการณ์ที่อาจส่งผลต่อตลาด
“การวางแผนการเทรดโดยไม่ดูปฏิทินเศรษฐกิจเหมือนการเดินทางโดยไม่ดูพยากรณ์อากาศ” มาดูวิธีใช้ปฏิทินเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด
-
ตั้งค่าการแจ้งเตือนข่าวสำคัญ
เลือกติดตามข่าวที่มีผลกระทบสูง (High Impact) เช่น การประชุมธนาคารกลาง ตัวเลขการจ้างงาน หรืออัตราเงินเฟ้อ ตั้งค่าการแจ้งเตือนล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัวรับมือกับความผันผวนของตลาด
-
วิเคราะห์ผลกระทบต่อสินทรัพย์
ศึกษาว่าข่าวประเภทต่าง ๆ มักส่งผลต่อสินทรัพย์ที่คุณสนใจอย่างไร เช่น ข่าวการจ้างงานสหรัฐฯ มักส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์และทองคำ
-
จัดการความเสี่ยง
ในช่วงที่มีข่าวสำคัญ ตลาดอาจผันผวนสูง พิจารณาลดขนาดการเทรดหรือหลีกเลี่ยงการเปิดสถานะใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าว
-
บันทึกและเรียนรู้
จดบันทึกว่าตลาดตอบสนองต่อข่าวแต่ละประเภทอย่างไร เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการเทรดครั้งต่อไป
-
กำหนดเวลาเทรดที่เหมาะสม
ใช้ปฏิทินเศรษฐกิจในการวางแผนช่วงเวลาเทรดที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่มีการประกาศข้อมูลสำคัญ หรือถ้าต้องการเทรดในช่วงนั้น ให้เตรียมกลยุทธ์รองรับความผันผวนไว้ล่วงหน้า
-
ติดตามการคาดการณ์ของตลาด
ปฏิทินเศรษฐกิจจะแสดงตัวเลขคาดการณ์ของตลาดสำหรับข้อมูลเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น อัตราเงินเฟ้อ หรือ GDP เปรียบเทียบตัวเลขจริงกับที่ตลาดคาดการณ์ เพื่อคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคา
การใช้ปฏิทินเศรษฐกิจควบคู่กับการเรียนรู้จากชุมชนเทรดเดอร์มืออาชีพจะช่วยให้คุณเข้าใจตลาดได้ดียิ่งขึ้น เริ่มต้นจากการติดตามข่าวพื้นฐานและค่อย ๆ เพิ่มความซับซ้อนในการวิเคราะห์เมื่อคุณมีประสบการณ์มากขึ้น
“บางคนอาจรู้สึกว่าการดูปฏิทินเศรษฐกิจเป็นเรื่องยุ่งยาก” แต่หากคุณเริ่มจากการติดตามข่าวสำคัญเพียงไม่กี่รายการ และค่อย ๆ เพิ่มความเข้าใจไปทีละขั้น คุณจะพบว่าปฏิทินเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากในการวางแผนการลงทุน
สรุป: เริ่มต้นใช้ TradingView ให้เป็น เพื่อสร้างความมั่นใจในการลงทุน
ในครั้งนี้ เราได้พูดถึงผู้ที่ต้องการเรียนรู้วิธีใช้ TradingView เพื่อวิเคราะห์การลงทุน โดยกล่าวถึง
- การทำความเข้าใจหน้าจอและเครื่องมือพื้นฐานสำหรับมือใหม่
- วิธีอ่านและวิเคราะห์กราฟแท่งเทียนอย่างเป็นระบบ
- การใช้อินดิเคเตอร์และการตั้งค่าแจ้งเตือนที่จำเป็น
- การเรียนรู้จากชุมชนนักลงทุนมืออาชีพใน TradingView
โดยผู้เขียนได้แบ่งปันประสบการณ์จากการเทรด Forex กว่า 10 ปี พร้อมเทคนิคการวิเคราะห์กราฟที่เข้าใจง่าย
การเริ่มต้นใช้งาน TradingView อาจดูซับซ้อนสำหรับผู้เริ่มต้น แต่ด้วยการเรียนรู้อย่างเป็นขั้นตอน จะช่วยสร้างความมั่นใจในการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนได้ด้วยตนเอง
การศึกษาวิธีใช้เครื่องมือวิเคราะห์กราฟที่ถูกต้องเป็นพื้นฐานสำคัญของการลงทุน ผู้เขียนขอแนะนำให้อ่านบทความนี้จนจบ และลองฝึกใช้งานตามขั้นตอนที่แนะนำ
ความกังวลเรื่องการขาดความรู้และประสบการณ์เป็นเรื่องปกติสำหรับผู้เริ่มต้น แต่หากเริ่มจากพื้นฐานและค่อยๆ พัฒนาทักษะ ทุกคนสามารถใช้ TradingView เป็นเครื่องมือช่วยในการลงทุนได้
ผู้เขียนเข้าใจดีว่าการเริ่มต้นศึกษาเครื่องมือใหม่ๆ อาจทำให้รู้สึกท้อได้ แต่เชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นนักลงทุนที่มีคุณภาพ
มาเริ่มต้นเรียนรู้ TradingView ไปด้วยกัน แล้วจะพบว่าการวิเคราะห์กราฟไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ผู้เขียนพร้อมแบ่งปันประสบการณ์และเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์ในบทความนี้นะคะ
ความคิดเห็น