ประกาศ: ขณะนี้ XM กำลังจัดโปรโมชั่นพิเศษอยู่

Trading View ใช้ยังไง เทคนิคลับสำหรับเทรดเดอร์

Trading View ใช้ยังไง เทคนิคลับสำหรับเทรดเดอร์

สำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นใช้งาน TradingView เพื่อวิเคราะห์การลงทุน
“อยากลองใช้ TradingView แต่เห็นหน้าจอแล้วรู้สึกว่ายากมาก…”
“กลัวว่าจะเริ่มต้นลงทุนช้าเกินไป แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มวิเคราะห์กราฟยังไงดี…”

อาจมีหลายคนที่มีความรู้สึกเช่นนี้

จากประสบการณ์เทรด Forex กว่า 10 ปี ผู้เขียนพบว่าการเรียนรู้ TradingView อย่างเป็นระบบจะช่วยสร้างความมั่นใจในการลงทุนได้อย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงิน

ปัจจุบัน TradingView มีผู้ใช้งานมากกว่า 30 ล้านคนทั่วโลก เพราะใช้งานง่ายและมีเครื่องมือครบครัน ผู้เริ่มต้นสามารถเรียนรู้ได้จากฟังก์ชันพื้นฐานก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนาไปสู่การวิเคราะห์ที่ซับซ้อนขึ้น

ในบทความนี้ เราจะอธิบายเกี่ยวกับการใช้งาน TradingView สำหรับผู้เริ่มต้น

  1. วิธีใช้งานหน้าจอและเครื่องมือพื้นฐานแบบเข้าใจง่าย
  2. การอ่านและวิเคราะห์กราฟแท่งเทียนสำหรับมือใหม่
  3. การใช้อินดิเคเตอร์และการตั้งค่าแจ้งเตือนที่จำเป็น
  4. การเรียนรู้จากชุมชนนักลงทุนมืออาชีพ

ผู้เขียนเข้าใจดีว่าการเริ่มต้นใช้งานเครื่องมือวิเคราะห์การลงทุนอาจทำให้รู้สึกกังวล โปรดอ่านบทความนี้เพื่อเรียนรู้วิธีใช้งาน TradingView อย่างเป็นขั้นตอน และสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง

\แนะนำบัญชีที่ผู้เขียนที่นี่/
เปิดบัญชี XM รับโบนัส ฟรี
สารบัญ

เริ่มต้นใช้งาน TradingView อย่างง่ายสำหรับมือใหม่

บทที่ 1
เริ่มต้นใช้งาน TradingView อย่างง่ายสำหรับมือใหม่

TradingView เป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์กราฟที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั่วโลก ด้วยการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายและใช้งานได้จริง

การเรียนรู้การใช้งาน TradingView ไม่ใช่เรื่องยาก แม้จะดูซับซ้อนในครั้งแรก แต่เมื่อเข้าใจพื้นฐานและฟังก์ชันสำคัญแล้ว จะพบว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การวิเคราะห์การลงทุนเป็นเรื่องที่สนุกและน่าสนใจ

เรามาทำความรู้จักกับหน้าจอและเครื่องมือพื้นฐาน รวมถึงวิธีการดูกราฟแท่งเทียนกัน

ทำความรู้จักหน้าจอและเครื่องมือพื้นฐาน

เมื่อเปิดใช้งาน TradingView ครั้งแรก อาจรู้สึกว่าหน้าจอมีองค์ประกอบมากมายจนสับสน แต่ไม่ต้องกังวล เพราะเราสามารถเริ่มต้นจากส่วนที่สำคัญและใช้งานบ่อยก่อนได้

หน้าจอหลักของ TradingView แบ่งออกเป็นส่วนสำคัญดังนี้:

  1. แถบค้นหาด้านบน

    ใช้สำหรับค้นหาสินทรัพย์ที่ต้องการวิเคราะห์ เช่น หุ้น คริปโตเคอร์เรนซี หรือ Forex โดยพิมพ์ชื่อหรือสัญลักษณ์ เช่น “AAPL” สำหรับหุ้น Apple หรือ “BTCUSD” สำหรับ Bitcoin

  2. พื้นที่แสดงกราฟ

    เป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของหน้าจอ แสดงกราฟราคาและเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคต่างๆ สามารถปรับขนาดและมุมมองได้ตามต้องการ

  3. แถบเครื่องมือด้านบนของกราฟ

    รวบรวมเครื่องมือพื้นฐานที่ใช้บ่อย เช่น การวาดเส้น การเพิ่มตัวชี้วัด และการปรับระยะเวลาของกราฟ เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยในการวิเคราะห์ทางเทคนิคขั้นพื้นฐาน

  4. แถบด้านขวา

    แสดงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินทรัพย์ เช่น ราคาปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลง และปริมาณการซื้อขาย รวมถึงข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

เริ่มต้นด้วยการทดลองใช้เครื่องมือพื้นฐานเหล่านี้ก่อน เมื่อคุ้นเคยแล้วค่อยเรียนรู้ฟังก์ชันขั้นสูงต่อไป

วิธีดูกราฟแท่งเทียนและการวิเคราะห์แนวโน้ม

กราฟแท่งเทียนเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่สำคัญในการวิเคราะห์ทางเทคนิค การเข้าใจวิธีอ่านกราฟแท่งเทียนจะช่วยให้มองเห็นแนวโน้มของตลาดได้ชัดเจนขึ้น

องค์ประกอบของแท่งเทียนแต่ละแท่งบอกข้อมูลสำคัญดังนี้:

  1. สีของแท่งเทียน

    แท่งสีเขียวหรือขาว แสดงว่าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด (ขึ้น) ส่วนแท่งสีแดงหรือดำ แสดงว่าราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด (ลง) ทำให้เห็นทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาได้ชัดเจน

  2. ไส้เทียนด้านบนและล่าง

    เส้นที่ยื่นออกมาจากตัวแท่งเทียน แสดงราคาสูงสุดและต่ำสุดในช่วงเวลานั้น บอกถึงความผันผวนและแรงซื้อขายในตลาด

  3. ขนาดของแท่งเทียน

    แท่งเทียนที่ยาวแสดงถึงการเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรง ส่วนแท่งเทียนสั้นบ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวที่เบาบาง ช่วยประเมินความแรงของแนวโน้มได้

การวิเคราะห์แนวโน้มเบื้องต้นทำได้โดย:

  1. สังเกตทิศทางของแท่งเทียนหลายๆ แท่งต่อเนื่องกัน
  2. ดูความสัมพันธ์ของราคากับเส้นค่าเฉลี่ย
  3. พิจารณาปริมาณการซื้อขายประกอบกับการเคลื่อนไหวของราคา

เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับการอ่านกราฟแท่งเทียน จะสามารถเพิ่มเครื่องมือวิเคราะห์อื่นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ฟังก์ชันสำคัญที่ต้องรู้สำหรับการวิเคราะห์

บทที่ 2
ฟังก์ชันสำคัญที่ต้องรู้สำหรับการวิเคราะห์

การเรียนรู้ฟังก์ชันหลักของ TradingView เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการวิเคราะห์ตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ว่า TradingView จะมีฟังก์ชันมากมาย แต่การเริ่มต้นจากฟังก์ชันพื้นฐานที่จำเป็นจะช่วยให้เข้าใจการวิเคราะห์ได้ง่ายขึ้น

ในส่วนนี้ เราจะแนะนำฟังก์ชันสำคัญที่จะช่วยให้การวิเคราะห์ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การใช้อินดิเคเตอร์และสัญญาณการเทรด

อินดิเคเตอร์เป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยให้เห็นแนวโน้มตลาดได้ชัดเจนขึ้น

“การใช้อินดิเคเตอร์ที่ซับซ้อนเกินไปอาจทำให้สับสน” เป็นความกังวลที่พบบ่อยในนักลงทุนมือใหม่ แต่การเริ่มต้นจากอินดิเคเตอร์พื้นฐานจะช่วยสร้างความมั่นใจในการวิเคราะห์

  1. Moving Average (MA)

    เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เป็นอินดิเคเตอร์พื้นฐานที่สุด วิธีเพิ่ม MA ทำได้โดยคลิกที่ไอคอน “Indicators” ด้านบนของกราฟ แล้วพิมพ์ “Moving Average” ในช่องค้นหา MA ช่วยในการมองเห็นแนวโน้มของราคาได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะ MA 200 วันที่นิยมใช้ดูแนวโน้มระยะยาว

  2. Relative Strength Index (RSI)

    RSI เป็นตัวชี้วัดที่บอกว่าราคาอยู่ในภาวะซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป การเพิ่ม RSI ทำได้เช่นเดียวกับ MA ค่า RSI เกิน 70 มักถือว่าอยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป ส่วนต่ำกว่า 30 ถือว่าอยู่ในภาวะขายมากเกินไป

  3. การตั้งค่าการแจ้งเตือน

    เมื่อเพิ่มอินดิเคเตอร์แล้ว สามารถตั้งการแจ้งเตือนเมื่อราคาหรือค่าอินดิเคเตอร์ถึงจุดที่กำหนดได้ คลิกขวาที่จุดที่ต้องการบนกราฟแล้วเลือก “Add Alert” เพื่อตั้งค่าแจ้งเตือน

การตั้งค่า Alerts และ Watchlist ที่จำเป็น

การตั้งค่าการแจ้งเตือนและรายการติดตามที่เหมาะสมช่วยให้ไม่พลาดโอกาสการลงทุนที่สำคัญ

“กลัวว่าจะพลาดจังหวะในการเข้าซื้อหรือขาย” เป็นความกังวลที่พบบ่อยในนักลงทุน การตั้งค่า Alerts และ Watchlist ที่ดีจะช่วยจัดการความกังวลนี้ได้

  1. การสร้าง Watchlist

    คลิกที่ไอคอน “+” ด้านบนขวาของหน้าจอเพื่อสร้าง Watchlist เพิ่มสินทรัพย์ที่สนใจโดยพิมพ์ชื่อหรือสัญลักษณ์ในช่องค้นหา สามารถจัดกลุ่ม Watchlist ตามประเภทสินทรัพย์หรือกลยุทธ์การลงทุนได้

  2. การตั้งค่า Price Alerts

    นอกจากการแจ้งเตือนจากอินดิเคเตอร์ ยังสามารถตั้งการแจ้งเตือนราคาได้ คลิกที่ไอคอนกระดิ่งด้านบนขวาเพื่อจัดการการแจ้งเตือน สามารถเลือกรับแจ้งเตือนผ่านอีเมล แจ้งเตือนบนเว็บ หรือแจ้งเตือนบนมือถือได้

  3. การใช้ Multi-Chart Layout

    สามารถดูหลายกราฟพร้อมกันได้โดยคลิกที่ไอคอนเลย์เอาต์ด้านบนขวา เลือกรูปแบบการแสดงผลที่ต้องการ เช่น 2×2 หรือ 3×3 ช่วยให้เปรียบเทียบหลายสินทรัพย์หรือหลาย Timeframe ได้พร้อมกัน

  4. การกำหนด Auto-refresh

    การตั้งค่าให้ข้อมูลอัพเดทอัตโนมัติเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการติดตามตลาด คลิกที่ไอคอนการตั้งค่าด้านบนขวา เลือก “Chart Settings” แล้วกำหนดความถี่ในการรีเฟรชข้อมูล สำหรับการเทรดระยะสั้น แนะนำให้ตั้งที่ 1 นาทีหรือน้อยกว่า

  5. การบันทึกและจัดการ Templates

    เมื่อตั้งค่าอินดิเคเตอร์และการแจ้งเตือนที่ใช้บ่อยแล้ว ควรบันทึกเป็น Template คลิกที่ไอคอนการตั้งค่าแล้วเลือก “Save Chart Layout As” การบันทึก Template ช่วยประหยัดเวลาในการตั้งค่าซ้ำ และรักษารูปแบบการวิเคราะห์ที่คุ้นเคย

การตั้งค่า Alerts และ Watchlist ที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยให้ไม่พลาดโอกาสการลงทุน แต่ยังช่วยจัดระเบียบการวิเคราะห์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้เขียนแนะนำให้เริ่มจากการตั้งค่าพื้นฐานและค่อย ๆ ปรับแต่งตามความต้องการและสไตล์การเทรดของตัวเอง

เทคนิคการวิเคราะห์กราฟขั้นต้น

บทที่ 3
เทคนิคการวิเคราะห์กราฟขั้นต้น

การวิเคราะห์กราฟทางเทคนิคเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการเทรด ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถระบุโอกาสในการลงทุนและจุดเข้า-ออกที่เหมาะสมได้

แม้การวิเคราะห์กราฟอาจดูซับซ้อนสำหรับผู้เริ่มต้น แต่การเรียนรู้อย่างเป็นระบบผ่านเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่าง TradingView จะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะนี้ได้อย่างมั่นใจ

ในส่วนนี้ เราจะมาเรียนรู้วิธีการอ่านกราฟในกรอบเวลาต่างๆ และการใช้ซูเปอร์ชาร์ตเพื่อทดสอบกลยุทธ์การเทรดของคุณ

การอ่านกราฟในแต่ละ Timeframe

การเลือกกรอบเวลา (Timeframe) ที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการวิเคราะห์กราฟ

  1. กรอบเวลาระยะสั้น (1 นาที – 15 นาที)

    เหมาะสำหรับการเทรดระยะสั้นหรือ Scalping ที่ต้องการทำกำไรจากความผันผวนของราคาในระยะเวลาสั้นๆ แต่ควรระวังเรื่องค่าธรรมเนียมที่อาจกระทบผลกำไร

  2. กรอบเวลาระยะกลาง (1 ชั่วโมง – 4 ชั่วโมง)

    เหมาะกับการเทรดแบบ Day Trading หรือ Swing Trading ซึ่งช่วยลดสัญญาณหลอกและให้ภาพแนวโน้มที่ชัดเจนขึ้น เป็นที่นิยมในกลุ่มนักลงทุนที่มีงานประจำ

  3. กรอบเวลาระยะยาว (รายวัน – รายเดือน)

    เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาวและการวิเคราะห์แนวโน้มหลัก ช่วยให้เห็นภาพรวมของตลาดได้ชัดเจน และลดความเครียดจากความผันผวนระยะสั้น

เทคนิคการวิเคราะห์กราฟแต่ละกรอบเวลา

  1. ดูแนวโน้มหลักจากกรอบเวลาใหญ่ก่อนเสมอ
  2. ยืนยันสัญญาณด้วยกรอบเวลาที่เล็กกว่า
  3. ใช้หลายกรอบเวลาประกอบกันเพื่อลดความเสี่ยง

วิธีใช้ซูเปอร์ชาร์ตและการทำ Backtest

ซูเปอร์ชาร์ตใน TradingView เป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยให้คุณสามารถทดสอบกลยุทธ์การเทรดกับข้อมูลในอดีตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. การสร้างซูเปอร์ชาร์ต

    คลิกที่ไอคอน “+” บนแท็บชาร์ต เลือก “Add to Watchlist” จากนั้นเลือกสินทรัพย์ที่ต้องการวิเคราะห์ คุณสามารถเพิ่มตัวชี้วัดและเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคต่างๆ ได้ตามต้องการ

  2. การตั้งค่า Backtest

    เลือกช่วงเวลาที่ต้องการทดสอบ กำหนดเงินทุนเริ่มต้น และตั้งค่าพารามิเตอร์ต่างๆ เช่น จำนวนล็อต ค่าธรรมเนียม และการจัดการความเสี่ยง ยิ่งข้อมูลละเอียดเท่าไหร่ ผลการทดสอบจะยิ่งแม่นยำมากขึ้น

  3. การวิเคราะห์ผล Backtest

    ดูผลลัพธ์ทั้งในแง่ผลตอบแทน อัตราการชนะ Drawdown และค่าสถิติอื่นๆ ใช้ข้อมูลนี้ปรับปรุงกลยุทธ์ก่อนนำไปใช้จริง อย่าลืมว่าผลในอดีตไม่ได้รับประกันผลในอนาคต

ข้อควรระวังในการทำ Backtest

  1. ทดสอบในหลายสภาวะตลาดเพื่อดูความแข็งแกร่งของกลยุทธ์
  2. คำนึงถึงค่าธรรมเนียมและ Slippage ในการคำนวณ
  3. เริ่มทดลองเทรดด้วยเงินจริงในจำนวนน้อยก่อนเสมอ

เคล็ดลับการใช้ซูเปอร์ชาร์ตอย่างมีประสิทธิภาพ

  1. การบันทึกและจัดการชาร์ต

    สร้างระบบการจัดเก็บชาร์ตที่เป็นระเบียบ โดยแยกตามประเภทสินทรัพย์หรือกลยุทธ์การเทรด และตั้งชื่อให้เข้าใจง่าย เช่น “EUR-USD-H4-SMA-Strategy” เพื่อให้สามารถค้นหาและเรียกดูย้อนหลังได้สะดวก

  2. การใช้ Template

    สร้าง Template สำหรับการวิเคราะห์ที่ใช้บ่อย เช่น ชุดอินดิเคเตอร์ที่ชอบใช้ การตั้งค่าสี และรูปแบบการแสดงผล เพื่อประหยัดเวลาในการตั้งค่าใหม่ทุกครั้ง และรักษามาตรฐานในการวิเคราะห์

  3. การเปรียบเทียบหลายกราฟ

    ใช้ฟีเจอร์ Multi-Chart Layout เพื่อดูหลายกราฟพร้อมกัน เช่น เปรียบเทียบสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์กัน หรือดูกราฟเดียวกันในหลาย Timeframe เพื่อการวิเคราะห์ที่ครอบคลุม

การประยุกต์ใช้ข้อมูลจากการทำ Backtest

  1. วิเคราะห์สถิติการเทรดเพื่อหาจุดแข็งและจุดอ่อนของกลยุทธ์
  2. ปรับปรุงการจัดการความเสี่ยงจากข้อมูล Drawdown
  3. พัฒนาแผนการเทรดที่เหมาะสมกับสไตล์และเวลาของตนเอง
  4. สร้างความมั่นใจในการตัดสินใจผ่านข้อมูลที่เป็นระบบ

สำหรับผู้เริ่มต้น แนะนำให้เริ่มจากการทดสอบกลยุทธ์ง่ายๆ ก่อน เช่น การใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) หรือแนวรับแนวต้านพื้นฐาน

เมื่อคุณเริ่มคุ้นเคยกับการใช้ซูเปอร์ชาร์ตและการทำ Backtest คุณจะสามารถพัฒนากลยุทธ์ที่ซับซ้อนขึ้นและปรับแต่งให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของตนเองได้

ข้อแนะนำสำหรับการพัฒนาทักษะการวิเคราะห์

  1. ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

    กำหนดเวลาในการฝึกวิเคราะห์กราฟทุกวัน แม้จะยังไม่ได้เทรดจริง การฝึกดูกราฟและจดบันทึกการวิเคราะห์จะช่วยพัฒนาทักษะของคุณอย่างต่อเนื่อง

  2. เรียนรู้จากความผิดพลาด

    บันทึกผลการวิเคราะห์และการตัดสินใจทุกครั้ง เมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ให้ทบทวนและวิเคราะห์สาเหตุเพื่อปรับปรุงในครั้งต่อไป

  3. แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

    เข้าร่วมชุมชนนักวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น แต่ต้องรักษาวินัยในการตัดสินใจด้วยตนเองเป็นหลัก

วิธีใช้ชุมชน TradingView ให้เป็นประโยชน์

บทที่ 4
วิธีใช้ชุมชน TradingView ให้เป็นประโยชน์

ชุมชน TradingView เป็นแหล่งความรู้ที่มีค่าสำหรับนักลงทุนทุกระดับ โดยเฉพาะผู้เริ่มต้น

การเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้ที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนและการติดตามข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญจะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะการวิเคราะห์และการตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาดูวิธีใช้ประโยชน์จากชุมชน TradingView และเครื่องมือต่าง ๆ ที่มีให้กันอย่างละเอียด

การเรียนรู้กลยุทธ์จากเทรดเดอร์มืออาชีพ

TradingView มีเทรดเดอร์มืออาชีพจำนวนมากที่แบ่งปันกลยุทธ์การเทรดของตนเอง ซึ่งเป็นโอกาสดีสำหรับผู้เริ่มต้นที่จะเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

“คุณอาจกำลังกังวลว่าจะเริ่มต้นเรียนรู้จากที่ไหนดี” การใช้ประโยชน์จากชุมชน TradingView มีวิธีดังนี้

  1. ค้นหาเทรดเดอร์ที่น่าเชื่อถือ

    เลือกติดตามเทรดเดอร์ที่มี Reputation Score สูง และมีประวัติการวิเคราะห์ที่แม่นยำ สังเกตได้จากจำนวนผู้ติดตามและคอมเมนต์เชิงบวกจากชุมชน

  2. ศึกษาไอเดียการเทรด (Trading Ideas)

    เทรดเดอร์มืออาชีพจะแชร์ Trading Ideas พร้อมการวิเคราะห์อย่างละเอียด ศึกษาวิธีการวิเคราะห์ การใช้เครื่องมือทางเทคนิค และเหตุผลในการเข้าเทรดของพวกเขา

  3. ตั้งค่าการแจ้งเตือน

    เปิดการแจ้งเตือนเมื่อเทรดเดอร์ที่คุณติดตามโพสต์การวิเคราะห์ใหม่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญและโอกาสในการเทรด

  4. มีส่วนร่วมในการสนทนา

    แสดงความคิดเห็นและถามคำถามในส่วนคอมเมนต์เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ยินดีที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์

การใช้ปฏิทินเศรษฐกิจเพื่อวางแผนการเทรด

ปฏิทินเศรษฐกิจใน TradingView เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณติดตามข่าวและเหตุการณ์ที่อาจส่งผลต่อตลาด

“การวางแผนการเทรดโดยไม่ดูปฏิทินเศรษฐกิจเหมือนการเดินทางโดยไม่ดูพยากรณ์อากาศ” มาดูวิธีใช้ปฏิทินเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด

  1. ตั้งค่าการแจ้งเตือนข่าวสำคัญ

    เลือกติดตามข่าวที่มีผลกระทบสูง (High Impact) เช่น การประชุมธนาคารกลาง ตัวเลขการจ้างงาน หรืออัตราเงินเฟ้อ ตั้งค่าการแจ้งเตือนล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัวรับมือกับความผันผวนของตลาด

  2. วิเคราะห์ผลกระทบต่อสินทรัพย์

    ศึกษาว่าข่าวประเภทต่าง ๆ มักส่งผลต่อสินทรัพย์ที่คุณสนใจอย่างไร เช่น ข่าวการจ้างงานสหรัฐฯ มักส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์และทองคำ

  3. จัดการความเสี่ยง

    ในช่วงที่มีข่าวสำคัญ ตลาดอาจผันผวนสูง พิจารณาลดขนาดการเทรดหรือหลีกเลี่ยงการเปิดสถานะใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าว

  4. บันทึกและเรียนรู้

    จดบันทึกว่าตลาดตอบสนองต่อข่าวแต่ละประเภทอย่างไร เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการเทรดครั้งต่อไป

  5. กำหนดเวลาเทรดที่เหมาะสม

    ใช้ปฏิทินเศรษฐกิจในการวางแผนช่วงเวลาเทรดที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่มีการประกาศข้อมูลสำคัญ หรือถ้าต้องการเทรดในช่วงนั้น ให้เตรียมกลยุทธ์รองรับความผันผวนไว้ล่วงหน้า

  6. ติดตามการคาดการณ์ของตลาด

    ปฏิทินเศรษฐกิจจะแสดงตัวเลขคาดการณ์ของตลาดสำหรับข้อมูลเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น อัตราเงินเฟ้อ หรือ GDP เปรียบเทียบตัวเลขจริงกับที่ตลาดคาดการณ์ เพื่อคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคา

การใช้ปฏิทินเศรษฐกิจควบคู่กับการเรียนรู้จากชุมชนเทรดเดอร์มืออาชีพจะช่วยให้คุณเข้าใจตลาดได้ดียิ่งขึ้น เริ่มต้นจากการติดตามข่าวพื้นฐานและค่อย ๆ เพิ่มความซับซ้อนในการวิเคราะห์เมื่อคุณมีประสบการณ์มากขึ้น

“บางคนอาจรู้สึกว่าการดูปฏิทินเศรษฐกิจเป็นเรื่องยุ่งยาก” แต่หากคุณเริ่มจากการติดตามข่าวสำคัญเพียงไม่กี่รายการ และค่อย ๆ เพิ่มความเข้าใจไปทีละขั้น คุณจะพบว่าปฏิทินเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากในการวางแผนการลงทุน

สรุป: เริ่มต้นใช้ TradingView ให้เป็น เพื่อสร้างความมั่นใจในการลงทุน

ในครั้งนี้ เราได้พูดถึงผู้ที่ต้องการเรียนรู้วิธีใช้ TradingView เพื่อวิเคราะห์การลงทุน โดยกล่าวถึง

  1. การทำความเข้าใจหน้าจอและเครื่องมือพื้นฐานสำหรับมือใหม่
  2. วิธีอ่านและวิเคราะห์กราฟแท่งเทียนอย่างเป็นระบบ
  3. การใช้อินดิเคเตอร์และการตั้งค่าแจ้งเตือนที่จำเป็น
  4. การเรียนรู้จากชุมชนนักลงทุนมืออาชีพใน TradingView

โดยผู้เขียนได้แบ่งปันประสบการณ์จากการเทรด Forex กว่า 10 ปี พร้อมเทคนิคการวิเคราะห์กราฟที่เข้าใจง่าย

การเริ่มต้นใช้งาน TradingView อาจดูซับซ้อนสำหรับผู้เริ่มต้น แต่ด้วยการเรียนรู้อย่างเป็นขั้นตอน จะช่วยสร้างความมั่นใจในการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนได้ด้วยตนเอง

การศึกษาวิธีใช้เครื่องมือวิเคราะห์กราฟที่ถูกต้องเป็นพื้นฐานสำคัญของการลงทุน ผู้เขียนขอแนะนำให้อ่านบทความนี้จนจบ และลองฝึกใช้งานตามขั้นตอนที่แนะนำ

ความกังวลเรื่องการขาดความรู้และประสบการณ์เป็นเรื่องปกติสำหรับผู้เริ่มต้น แต่หากเริ่มจากพื้นฐานและค่อยๆ พัฒนาทักษะ ทุกคนสามารถใช้ TradingView เป็นเครื่องมือช่วยในการลงทุนได้

ผู้เขียนเข้าใจดีว่าการเริ่มต้นศึกษาเครื่องมือใหม่ๆ อาจทำให้รู้สึกท้อได้ แต่เชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นนักลงทุนที่มีคุณภาพ

มาเริ่มต้นเรียนรู้ TradingView ไปด้วยกัน แล้วจะพบว่าการวิเคราะห์กราฟไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ผู้เขียนพร้อมแบ่งปันประสบการณ์และเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์ในบทความนี้นะคะ

ถ้าคุณชอบ โปรดแชร์ด้วยนะ!

ความคิดเห็น

コメントする

สารบัญ