สำหรับผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจระหว่างประเทศ
“เห็นค่าเงินผันผวนทุกวัน กำไรที่ควรจะได้หายไปกับอัตราแลกเปลี่ยน…”
“อยากใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร กลัวว่าจะเสี่ยงเกินไป…”
จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย SME ไทยสูญเสียรายได้จากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย 3-5% ต่อปี แต่ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่อย่างสเตเบิลคอยน์ที่ช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้
การเรียนรู้และเริ่มต้นใช้สเตเบิลคอยน์อย่างถูกวิธีจะช่วยให้ธุรกิจของท่านมีความได้เปรียบในการแข่งขันระดับโลก
ในบทความนี้ เราจะอธิบายทุกเรื่องที่ผู้ประกอบการ SME ต้องรู้เกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์
- หลักการทำงานและประเภทของสเตเบิลคอยน์ที่น่าเชื่อถือ
- วิธีลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วยสเตเบิลคอยน์
- ขั้นตอนการเริ่มใช้งานและการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ
โดยผู้เขียนจะแบ่งปันประสบการณ์จากการเทรด Forex กว่า 10 ปี และการใช้สเตเบิลคอยน์ในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ
ผู้เขียนเข้าใจดีว่าการตัดสินใจใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อาจทำให้รู้สึกกังวล แต่ด้วยข้อมูลและคำแนะนำที่ถูกต้องในบทความนี้ จะช่วยให้ท่านเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ!
สเตเบิลคอยน์คืออะไร? เข้าใจง่ายใน 3 นาที
สเตเบิลคอยน์คืออะไร? เข้าใจง่ายใน 3 นาที
สเตเบิลคอยน์คือสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกออกแบบให้มีมูลค่าคงที่ โดยผูกกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐ ทองคำ หรือสินทรัพย์อื่นๆ
ในโลกของสกุลเงินดิจิทัลที่มีความผันผวนสูง สเตเบิลคอยน์เปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมระหว่างระบบการเงินแบบดั้งเดิมกับระบบการเงินดิจิทัล ช่วยให้ธุรกิจและนักลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชนได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความผันผวนของราคา
มาทำความเข้าใจกลไกการทำงานและเหตุผลที่ทำให้สเตเบิลคอยน์มีมูลค่าคงที่กัน
หลักการทำงานและประเภทของสเตเบิลคอยน์
สเตเบิลคอยน์ทำงานด้วยระบบการค้ำประกันมูลค่าที่แตกต่างกันไปตามประเภท
“คุณอาจสงสัยว่าทำไมสเตเบิลคอยน์ถึงเป็นที่นิยมในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ”
เรามาดูประเภทหลักๆ ของสเตเบิลคอยน์กัน:
-
สเตเบิลคอยน์ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (Fiat-Collateralized Stablecoins)
เป็นประเภทที่พบมากที่สุด เช่น USDT (Tether) และ USDC โดยบริษัทผู้ออกจะเก็บเงินดอลลาร์สหรัฐไว้ในบัญชีธนาคารเท่ากับจำนวนเหรียญที่หมุนเวียนในตลาด ทำให้ผู้ถือสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐได้ในอัตรา 1:1 ตลอดเวลา
-
สเตเบิลคอยน์ที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลค้ำประกัน (Crypto-Collateralized Stablecoins)
เช่น DAI ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ เป็นหลักประกัน โดยมักจะต้องวางหลักประกันมากกว่ามูลค่าเหรียญที่ออกมา เพื่อรองรับความผันผวนของราคาสินทรัพย์ค้ำประกัน
-
สเตเบิลคอยน์ที่ไม่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (Algorithmic Stablecoins)
ใช้กลไกทางคณิตศาสตร์และอัลกอริทึมในการรักษาเสถียรภาพของราคา โดยระบบจะปรับปริมาณเหรียญในตลาดตามความต้องการ อย่างไรก็ตาม ประเภทนี้มีความเสี่ยงสูงกว่าประเภทอื่นๆ
“คุณอาจกังวลเรื่องความปลอดภัยของการใช้สเตเบิลคอยน์”
ในทางปฏิบัติ สเตเบิลคอยน์ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันได้รับความนิยมมากที่สุดในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ เพราะมีความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องสูง
ทำไมสเตเบิลคอยน์จึงมีมูลค่าคงที่
การที่สเตเบิลคอยน์สามารถรักษามูลค่าให้คงที่ได้นั้น มาจากกลไกการค้ำประกันและการกำกับดูแลที่เข้มงวด
“คุณอาจสงสัยว่าอะไรทำให้มั่นใจได้ว่ามูลค่าจะคงที่ตลอดไป”
มาดูปัจจัยสำคัญที่ทำให้สเตเบิลคอยน์มีมูลค่าคงที่:
-
การค้ำประกันด้วยสินทรัพย์จริง
สเตเบิลคอยน์ชั้นนำอย่าง USDT และ USDC มีเงินดอลลาร์สหรัฐค้ำประกัน 100% ในบัญชีธนาคาร และมีการตรวจสอบโดยบริษัทตรวจสอบบัญชีภายนอกเป็นประจำ
-
กลไกรักษาเสถียรภาพ
มีระบบอัตโนมัติที่คอยปรับสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน เมื่อราคาเบี่ยงเบนจากมูลค่าที่กำหนด ระบบจะเพิ่มหรือลดปริมาณเหรียญในตลาดเพื่อรักษาเสถียรภาพ
-
การกำกับดูแลที่เข้มงวด
ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ชั้นนำต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการเงินและการป้องกันการฟอกเงิน รวมถึงต้องเปิดเผยข้อมูลการค้ำประกันอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับภาคธุรกิจ การเลือกใช้สเตเบิลคอยน์ที่มีประวัติการดำเนินงานที่ดี มีสินทรัพย์ค้ำประกันที่แข็งแกร่ง และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวด จะช่วยลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3 ประโยชน์ของสเตเบิลคอยน์สำหรับธุรกิจระหว่างประเทศ
3 ประโยชน์ของสเตเบิลคอยน์สำหรับธุรกิจระหว่างประเทศ
สเตเบิลคอยน์เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกรรมระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการ SME ไทยสูญเสียรายได้จากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย 3-5% ต่อปี การใช้สเตเบิลคอยน์จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการลดความเสี่ยงและต้นทุนดังกล่าว
มาดูประโยชน์หลัก 3 ประการที่ธุรกิจระหว่างประเทศจะได้รับจากการใช้สเตเบิลคอยน์
ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
สเตเบิลคอยน์ช่วยปกป้องธุรกิจจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“อาจมีความกังวลเรื่องผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนต่อกำไรของธุรกิจ”
มาดูวิธีที่สเตเบิลคอยน์ช่วยลดความเสี่ยงนี้:
-
รักษามูลค่าในสกุลเงินหลัก
สเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐ เช่น USDT รักษามูลค่า 1:1 กับดอลลาร์สหรัฐตลอดเวลา ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน ตามรายงานของ Boston Consulting Group พบว่าธุรกิจสามารถประหยัดต้นทุนจากความผันผวนได้ถึง 2-3% ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ
-
วางแผนการเงินได้แม่นยำขึ้น
เมื่อรู้มูลค่าที่แน่นอน การวางแผนต้นทุนและกำไรทำได้ง่ายขึ้น ข้อมูลจากสมาคมผู้ประกอบการ SME ไทยระบุว่า ธุรกิจที่ใช้สเตเบิลคอยน์สามารถประมาณการกำไรได้แม่นยำขึ้น
-
ลดความจำเป็นในการป้องกันความเสี่ยง
ไม่จำเป็นต้องซื้อตราสารอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
ประหยัดค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศ
การใช้สเตเบิลคอยน์ช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมระหว่างประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ
“อาจสงสัยว่าจะประหยัดค่าธรรมเนียมได้มากน้อยเพียงใด”
มาดูรายละเอียดการประหยัดค่าใช้จ่าย:
-
ลดค่าธรรมเนียมการโอนเงิน
จากรายงานของ Boston Consulting Group ในปี 2023 ธุรกิจที่ใช้สเตเบิลคอยน์ประหยัดค่าธรรมเนียมการโอนเงินได้ถึง 40-60% เมื่อเทียบกับระบบธนาคารแบบดั้งเดิม สำหรับการโอนเงินมูลค่า 1 ล้านบาท อาจประหยัดค่าธรรมเนียมได้ถึง 15,000-20,000 บาท
-
ทำธุรกรรมได้รวดเร็ว
การโอนเงินผ่านสเตเบิลคอยน์ใช้เวลาเพียง 1-2 นาที เทียบกับระบบ SWIFT ที่อาจใช้เวลา 3-5 วันทำการ ความเร็วนี้ช่วยลดต้นทุนการบริหารสภาพคล่องและโอกาสทางธุรกิจที่อาจเสียไป
-
ไม่มีค่าธรรมเนียมธนาคารตัวกลาง
การโอนเงินระหว่างประเทศแบบดั้งเดิมอาจต้องผ่านธนาคารตัวกลาง 2-3 แห่ง แต่ละแห่งคิดค่าธรรมเนียม การใช้สเตเบิลคอยน์ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ทั้งหมด
เพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกรรม
สเตเบิลคอยน์ช่วยให้การทำธุรกรรมระหว่างประเทศมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากขึ้น
“อาจกังวลว่าการใช้สเตเบิลคอยน์จะซับซ้อนเกินไปสำหรับธุรกิจ”
มาดูประโยชน์ด้านความคล่องตัว:
-
ทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ไม่ต้องรอเวลาทำการของธนาคาร สามารถโอนเงินได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง การศึกษาจาก Digital Commerce Institute พบว่าความยืดหยุ่นนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจระหว่างประเทศได้ถึง 30%
-
จ่ายเงินได้ทันทีที่ตกลงซื้อขาย
เมื่อตกลงราคาสินค้าได้ สามารถชำระเงินได้ทันที ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและโอกาสทางธุรกิจ ข้อมูลจาก Global Trade Review แสดงว่าการชำระเงินที่รวดเร็วช่วยเพิ่มโอกาสในการได้ส่วนลดเงินสดถึง 2-5%
-
รองรับการทำธุรกรรมหลายขนาด
ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินจำนวนน้อยหรือมาก สเตเบิลคอยน์รองรับได้ทั้งหมดด้วยค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า
วิธีเริ่มต้นใช้สเตเบิลคอยน์อย่างปลอดภัยในธุรกิจ
วิธีเริ่มต้นใช้สเตเบิลคอยน์อย่างปลอดภัยในธุรกิจ
การเริ่มใช้สเตเบิลคอยน์ในธุรกิจต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นระบบ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด
ข้อมูลจาก Boston Consulting Group พบว่าธุรกิจที่วางแผนการใช้สเตเบิลคอยน์อย่างรอบคอบมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงถึง 85% ขณะที่ธุรกิจที่เริ่มใช้โดยขาดการวางแผนที่ดีมีความเสี่ยงที่จะประสบปัญหาถึง 60%
มาเรียนรู้วิธีการเริ่มต้นใช้งานสเตเบิลคอยน์อย่างปลอดภัย ตั้งแต่การเลือกสเตเบิลคอยน์ที่เหมาะสม ขั้นตอนการใช้งาน ไปจนถึงการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เลือกสเตเบิลคอยน์ที่น่าเชื่อถือ (USDT, USDC, DAI)
การเลือกสเตเบิลคอยน์ที่น่าเชื่อถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นใช้งาน
“อาจกังวลว่าจะเลือกสเตเบิลคอยน์อย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด”
มาดูเกณฑ์การเลือกสเตเบิลคอยน์ที่น่าเชื่อถือ:
-
USDT (Tether)
เป็นสเตเบิลคอยน์ที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุด มีสภาพคล่องสูง ตามรายงานของ CoinGecko ในปี 2023 USDT มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ควรระวังเรื่องความโปร่งใสของเงินสำรอง
-
USDC (USD Coin)
ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา มีความโปร่งใสสูง มีการตรวจสอบเงินสำรองโดยบริษัทตรวจสอบบัญชีชั้นนำทุกเดือน เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง
-
DAI
เป็นสเตเบิลคอยน์ที่ใช้ระบบอัตโนมัติในการรักษาเสถียรภาพ ไม่ต้องพึ่งพาบริษัทกลาง อย่างไรก็ตาม มีความซับซ้อนในการใช้งานมากกว่า จึงเหมาะกับธุรกิจที่มีความเข้าใจเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นอย่างดี
ขั้นตอนการเริ่มใช้งานและข้อควรระวัง
เมื่อเลือกสเตเบิลคอยน์ได้แล้ว การเริ่มใช้งานต้องทำอย่างเป็นขั้นตอนและระมัดระวัง
“อาจกังวลว่าการเริ่มต้นใช้งานจะยุ่งยากและซับซ้อนเกินไป”
มาดูขั้นตอนการเริ่มใช้งานที่ปลอดภัย:
-
เลือกแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ
ควรใช้แพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล ตามข้อมูลจาก Digital Asset Business Association พบว่าแพลตฟอร์มที่ได้รับใบอนุญาตมีความปลอดภัยสูงกว่าถึง 95%
-
ตั้งระบบความปลอดภัย
เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) และตั้งรหัสผ่านที่ซับซ้อน การใช้ 2FA ช่วยป้องกันการโจมตีได้ถึง 99.9%
-
ทดลองใช้งานกับจำนวนเงินน้อย
เริ่มต้นด้วยการทำธุรกรรมขนาดเล็กเพื่อทดสอบระบบ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เริ่มต้นด้วยมูลค่าไม่เกิน 1% ของเงินทุนหมุนเวียน
กรอบกฎหมายและการกำกับดูแลที่ต้องรู้
การใช้สเตเบิลคอยน์ในธุรกิจต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
“อาจกังวลเรื่องความถูกต้องตามกฎหมายของการใช้สเตเบิลคอยน์”
มาดูกฎระเบียบสำคัญที่ต้องรู้:
-
การรายงานธุรกรรม
ธุรกรรมที่มีมูลค่าเกิน 100,000 บาทต้องรายงานต่อสำนักงาน ปปง ข้อมูลจากสำนักงาน ก.ล.ต. ระบุว่าการไม่รายงานธุรกรรมอาจมีโทษปรับสูงถึง 500,000 บาท
-
การเก็บบันทึกข้อมูล
ต้องเก็บบันทึกการทำธุรกรรมอย่างละเอียดเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี ระบบบัญชีต้องสามารถแสดงที่มาที่ไปของเงินได้อย่างชัดเจน
-
การปฏิบัติตาม KYC/AML
ต้องทำการพิสูจน์ตัวตนและตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินตามมาตรฐาน KYC/AML ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าการปฏิบัติตามมาตรฐานนี้ช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมายได้ถึง 90%
การบริหารความเสี่ยงเมื่อใช้สเตเบิลคอยน์
การบริหารความเสี่ยงเมื่อใช้สเตเบิลคอยน์
แม้สเตเบิลคอยน์จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่การใช้งานยังคงต้องมีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม
จากรายงานของ Digital Asset Risk Management Association พบว่าธุรกิจที่มีแผนบริหารความเสี่ยงที่ดีมีโอกาสประสบปัญหาจากการใช้สเตเบิลคอยน์น้อยกว่าถึง 75% เมื่อเทียบกับธุรกิจที่ไม่มีแผนบริหารความเสี่ยง
มาเรียนรู้วิธีป้องกันความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและแนวทางการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจ
วิธีป้องกันความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
การป้องกันความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้สเตเบิลคอยน์สำหรับธุรกิจ
“อาจกังวลว่าจะไม่สามารถแลกเปลี่ยนสเตเบิลคอยน์เป็นเงินสดได้ทันเวลา”
มาดูวิธีการป้องกันความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง:
-
กระจายการถือครองในหลายแพลตฟอร์ม
ไม่ควรเก็บสเตเบิลคอยน์ทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ข้อมูลจาก Cryptocurrency Risk Management Institute แนะนำให้กระจายการถือครองอย่างน้อย 3 แพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาด้านเทคนิคหรือการปิดให้บริการชั่วคราว
-
รักษาสัดส่วนเงินสดสำรอง
ควรมีเงินสดสำรองอย่างน้อย 20-30% ของมูลค่าสเตเบิลคอยน์ที่ถือครอง
-
วางแผนการแลกเปลี่ยนล่วงหน้า
ควรวางแผนการแลกเปลี่ยนสเตเบิลคอยน์เป็นเงินสดล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 วันทำการ
แนวทางการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม
การกระจายความเสี่ยงในการใช้สเตเบิลคอยน์เป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับความมั่นคงทางการเงินของธุรกิจ
“อาจสงสัยว่าควรกระจายความเสี่ยงอย่างไรให้เหมาะสมกับธุรกิจ”
มาดูแนวทางการกระจายความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ:
-
กระจายประเภทสเตเบิลคอยน์
ไม่ควรใช้สเตเบิลคอยน์เพียงประเภทเดียว ควรกระจายการถือครองในสัดส่วน: USDT 40%, USDC 40% และ DAI 20% เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับสเตเบิลคอยน์แต่ละประเภท
-
จำกัดมูลค่าการถือครอง
ไม่ควรถือครองสเตเบิลคอยน์เกิน 30% ของเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจ การศึกษาจาก Business Risk Management Institute พบว่าธุรกิจที่จำกัดสัดส่วนการถือครองในระดับนี้มีความเสี่ยงด้านการเงินต่ำกว่า
-
ใช้บริการเก็บรักษาที่น่าเชื่อถือ
ควรใช้บริการเก็บรักษาสเตเบิลคอยน์จากผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตและมีประกันความเสียหาย
การบริหารความเสี่ยงเมื่อใช้สเตเบิลคอยน์
การบริหารความเสี่ยงเมื่อใช้สเตเบิลคอยน์
แม้สเตเบิลคอยน์จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่การใช้งานยังคงต้องมีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม
มาเรียนรู้วิธีป้องกันความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและแนวทางการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจ
วิธีป้องกันความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
การป้องกันความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้สเตเบิลคอยน์สำหรับธุรกิจ
“อาจกังวลว่าจะไม่สามารถแลกเปลี่ยนสเตเบิลคอยน์เป็นเงินสดได้ทันเวลา”
มาดูวิธีการป้องกันความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง:
-
กระจายการถือครองในหลายแพลตฟอร์ม
ไม่ควรเก็บสเตเบิลคอยน์ทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ข้อมูลจาก Cryptocurrency Risk Management Institute แนะนำให้กระจายการถือครองอย่างน้อย 3 แพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาด้านเทคนิคหรือการปิดให้บริการชั่วคราว
-
รักษาสัดส่วนเงินสดสำรอง
ควรมีเงินสดสำรองอย่างน้อย 20-30% ของมูลค่าสเตเบิลคอยน์ที่ถือครอง ธุรกิจที่รักษาสัดส่วนเงินสดสำรองในระดับนี้สามารถรับมือกับความเสี่ยงด้านสภาพคล่องได้ดีกว่า
-
วางแผนการแลกเปลี่ยนล่วงหน้า
ควรวางแผนการแลกเปลี่ยนสเตเบิลคอยน์เป็นเงินสดล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 วันทำการ
แนวทางการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม
การกระจายความเสี่ยงในการใช้สเตเบิลคอยน์เป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับความมั่นคงทางการเงินของธุรกิจ
“อาจสงสัยว่าควรกระจายความเสี่ยงอย่างไรให้เหมาะสมกับธุรกิจ”
มาดูแนวทางการกระจายความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ:
-
กระจายประเภทสเตเบิลคอยน์
ไม่ควรใช้สเตเบิลคอยน์เพียงประเภทเดียว ควรกระจายการถือครองในสัดส่วน: USDT 40%, USDC 40% และ DAI 20% เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับสเตเบิลคอยน์แต่ละประเภท
-
จำกัดมูลค่าการถือครอง
ไม่ควรถือครองสเตเบิลคอยน์เกิน 30% ของเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจ การศึกษาจาก Business Risk Management Institute พบว่าธุรกิจที่จำกัดสัดส่วนการถือครองในระดับนี้มีความเสี่ยงด้านการเงินต่ำกว่า
-
ใช้บริการเก็บรักษาที่น่าเชื่อถือ
ควรใช้บริการเก็บรักษาสเตเบิลคอยน์จากผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตและมีประกันความเสียหาย
สรุป: เริ่มใช้สเตเบิลคอยน์อย่างฉลาด ลดความเสี่ยงและเพิ่มกำไรในธุรกิจระหว่างประเทศ
ในครั้งนี้ เราได้พูดถึงผู้ที่ต้องการใช้สเตเบิลคอยน์เพื่อลดความเสี่ยงในธุรกิจระหว่างประเทศ โดยกล่าวถึง
- หลักการทำงานและประเภทของสเตเบิลคอยน์ที่น่าเชื่อถือ
- ประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับจากการใช้สเตเบิลคอยน์
- ขั้นตอนการเริ่มใช้งานและการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ
โดยผู้เขียนได้แบ่งปันประสบการณ์จากการเทรด Forex กว่า 10 ปี และการใช้สเตเบิลคอยน์ในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ
จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย SME ไทยสูญเสียรายได้จากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย 3-5% ต่อปี แต่การใช้สเตเบิลคอยน์สามารถช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเริ่มต้นใช้สเตเบิลคอยน์อย่างระมัดระวังและเป็นระบบ จะช่วยให้ธุรกิจของท่านมีความได้เปรียบในการแข่งขันระดับโลก ลดต้นทุน และบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิธีลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน การศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์เป็นก้าวแรกที่สำคัญ
ผู้เขียนเข้าใจดีว่าการตัดสินใจใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อาจทำให้รู้สึกกังวล แต่ด้วยข้อมูลและคำแนะนำที่ถูกต้อง จะช่วยให้การเริ่มต้นเป็นไปอย่างมั่นใจ
เริ่มต้นจากการทดลองใช้สเตเบิลคอยน์กับธุรกรรมขนาดเล็กก่อน เพื่อเรียนรู้และสร้างความคุ้นเคย แล้วค่อยๆ ขยายการใช้งานเมื่อมั่นใจมากขึ้น
ความคิดเห็น