ประกาศ: ขณะนี้ XM กำลังจัดโปรโมชั่นพิเศษอยู่

Slippage Forex คือ ปัญหาที่แก้ได้! มาดูวิธี

Slippage Forex คือ ปัญหาที่แก้ได้! มาดูวิธี

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเทรด Forex และต้องการความรู้เกี่ยวกับ Slippage
“อยากเทรด Forex แต่กลัวขาดทุนเพราะไม่เข้าใจเรื่อง Slippage…”
“ได้ยินว่า Slippage ทำให้ขาดทุนได้ง่าย แต่ไม่รู้จะจัดการอย่างไร…”

Slippage เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อกำไรขาดทุนในการเทรด Forex จากข้อมูลของ Forex Factory พบว่า 68% ของนักเทรดมือใหม่ขาดทุนเพราะไม่เข้าใจและจัดการกับ Slippage ไม่เป็น

ไม่ต้องกังวลไป ผู้เขียนจะแนะนำวิธีจัดการ Slippage จากประสบการณ์เทรด Forex กว่า 10 ปี ที่จะช่วยให้เทรดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ในบทความนี้ จะอธิบายถึงประเด็นสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจและจัดการ Slippage ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. ทำความเข้าใจ Slippage และผลกระทบต่อการเทรด
  2. วิธีจัดการ Market Order เพื่อลดผลกระทบจาก Slippage
  3. 5 กลยุทธ์จัดการความเสี่ยงจาก Slippage อย่างมืออาชีพ
  4. แนวทางพัฒนาตนเองสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ

ผู้เขียนเข้าใจดีว่าการเริ่มต้นเทรด Forex อาจทำให้รู้สึกกังวลเมื่อเจอศัพท์เทคนิคและกลไกการทำงานที่ซับซ้อน แต่เมื่ออ่านบทความนี้จบ จะเข้าใจวิธีจัดการ Slippage และสามารถเทรดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น โปรดอ่านต่อเพื่อเรียนรู้เทคนิคที่จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทำกำไรในการเทรด Forex!

\แนะนำบัญชีที่ผู้เขียนที่นี่/
เปิดบัญชี XM รับโบนัส ฟรี
สารบัญ

ความจริงที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Slippage ในตลาด Forex

บทที่ 1
ความจริงที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Slippage ในตลาด Forex

Slippage เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำในตลาด Forex ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรขาดทุนของนักเทรด

จากข้อมูลของ Bank for International Settlements (BIS) พบว่าในปี 2023 ตลาด Forex มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ความผันผวนของตลาดขนาดใหญ่นี้ทำให้ Slippage เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Slippage และผลกระทบที่มีต่อการเทรดของคุณอย่างละเอียด

ทำความเข้าใจ Slippage และผลกระทบต่อการเทรด

Slippage คือความแตกต่างระหว่างราคาที่คุณส่งคำสั่งซื้อขายและราคาที่ได้รับจริง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลตอบแทนในการเทรด Forex

“คุณอาจเคยส่งคำสั่งซื้อที่ราคา 1.2000 แต่ได้ราคาจริงที่ 1.2005”

จากการศึกษาของ Forex Factory พบว่านักเทรดมือใหม่ขาดทุนจากการไม่เข้าใจและไม่สามารถจัดการกับ Slippage ได้อย่างเหมาะสม

ผลกระทบของ Slippage ที่มีต่อการเทรดมีดังนี้:

  1. ต้นทุนการเทรดที่สูงขึ้นเนื่องจากได้ราคาที่แย่กว่าที่คาดไว้
  2. การขาดทุนเกินกว่าที่วางแผนเมื่อ Stop Loss ทำงานที่ราคาแย่กว่าที่ตั้งไว้
  3. พลาดโอกาสทำกำไรเมื่อไม่ได้ราคา Take Profit ตามที่ต้องการ

“คุณอาจกำลังกังวลว่า Slippage จะทำให้ขาดทุนมากกว่าที่คาดไว้”

สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่า Slippage เป็นส่วนหนึ่งของการเทรดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สามารถบริหารจัดการได้ด้วยความรู้และกลยุทธ์ที่เหมาะสม

สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิด Slippage

การทำความเข้าใจสาเหตุของ Slippage จะช่วยให้คุณวางแผนและจัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิด Slippage มีดังนี้:

  1. สภาพคล่องในตลาด (Market Liquidity)

    ในช่วงที่ตลาดมีสภาพคล่องต่ำ เช่น ช่วงเปิด-ปิดตลาด หรือช่วงวันหยุด การหาคู่ซื้อขายที่ราคาที่ต้องการอาจทำได้ยาก ทำให้เกิด Slippage ได้มากขึ้น

  2. ความผันผวนของตลาด (Market Volatility)

    เมื่อราคาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โอกาสที่จะได้ราคาตามที่ต้องการจะน้อยลง โดยเฉพาะในช่วงประกาศข่าวสำคัญทางเศรษฐกิจ

  3. ความเร็วในการส่งคำสั่ง (Execution Speed)

    ความล่าช้าในการส่งคำสั่งจากระบบอินเทอร์เน็ตหรือ Server ของโบรกเกอร์ อาจทำให้ได้ราคาที่แตกต่างจากที่เห็นบนหน้าจอ

  4. ขนาดของคำสั่งซื้อขาย (Order Size)

    คำสั่งขนาดใหญ่มีโอกาสเกิด Slippage มากกว่า เนื่องจากต้องจับคู่กับหลายคำสั่งที่ราคาต่างกัน

  5. ประเภทของคำสั่งซื้อขาย (Order Type)

    Market Order มีโอกาสเกิด Slippage มากกว่า Limit Order เนื่องจากเป็นการซื้อขายทันทีที่ราคาตลาด

การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเทรดเพื่อลดผลกระทบจาก Slippage ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“คุณอาจสังเกตว่าการขาดทุนจาก Slippage มักเกิดในช่วงข่าวสำคัญหรือตลาดผันผวน”

วิธีจัดการ Market Order เพื่อลดผลกระทบจาก Slippage

บทที่ 2
วิธีจัดการ Market Order เพื่อลดผลกระทบจาก Slippage

การส่งคำสั่งซื้อขายแบบ Market Order มักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิด Slippage ในการเทรด Forex

สาเหตุเพราะ Market Order เป็นคำสั่งที่ต้องการให้เกิดการซื้อขายทันที ทำให้ราคาที่ได้อาจแตกต่างจากที่เห็นบนหน้าจอ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง

ในส่วนนี้ เราจะอธิบายวิธีการจัดการ Market Order เพื่อลดผลกระทบจาก Slippage ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับนักเทรดทุกระดับ

การเลือกใช้ Limit Order แทน Market Order

Limit Order คือคำสั่งซื้อขายที่กำหนดราคาไว้ล่วงหน้า ซึ่งจะช่วยป้องกัน Slippage ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“คงจะดีกว่าถ้าไม่ต้องเสียเงินเพราะราคาเคลื่อนไหวผิดทิศทาง” บางคนอาจคิดเช่นนี้ และ Limit Order ก็เป็นคำตอบที่ดีสำหรับความกังวลนี้

จากข้อมูลพบว่านักเทรดที่ใช้ Limit Order มีโอกาสประสบปัญหา Slippage น้อยกว่าผู้ที่ใช้ Market Order

วิธีใช้ Limit Order:

  1. วางคำสั่งในจุดที่มีแรงเสริม

    ควรวาง Limit Order ในบริเวณที่มีแนวรับแนวต้านหรือจุดที่ราคามักจะกลับตัว เพราะมีโอกาสสูงที่คำสั่งจะได้รับการจับคู่ในราคาที่ต้องการ

  2. คำนึงถึงระยะห่างจากราคาปัจจุบัน

    ไม่ควรวาง Limit Order ห่างจากราคาปัจจุบันมากเกินไป เพราะอาจทำให้พลาดโอกาสในการเข้าเทรด แนะนำให้วางห่างไม่เกิน 10-15 pips สำหรับคู่เงินหลัก

  3. ปรับคำสั่งตามสภาพตลาด

    หากตลาดมีความผันผวนสูง อาจต้องวาง Limit Order ในระยะที่ห่างจากราคาปัจจุบันมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของราคา

เทคนิคการตั้งค่า Stop Loss แบบการันตีราคา

Stop Loss แบบการันตีราคา (Guaranteed Stop Loss) เป็นเครื่องมือพิเศษที่ช่วยป้องกัน Slippage ในจุดขาดทุน แม้จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม แต่ก็คุ้มค่าสำหรับการปกป้องเงินทุน

“กลัวว่าจะขาดทุนมากกว่าที่วางแผนไว้” เป็นความกังวลที่พบบ่อยในนักเทรดมือใหม่ Guaranteed Stop Loss จะช่วยคลายความกังวลนี้ได้

วิธีใช้ Guaranteed Stop Loss ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด:

  1. เลือกใช้เฉพาะกับคู่เงินที่มีความผันผวนสูง
  2. คำนวณค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเข้าไปในต้นทุนการเทรด
  3. ตั้งจุด Stop Loss ในระยะที่เหมาะสมเพื่อลดค่าธรรมเนียม
  4. ใช้ร่วมกับการวิเคราะห์แนวรับแนวต้านเพื่อหาจุดวางที่เหมาะสม

ข้อแนะนำเพิ่มเติมในการใช้ Guaranteed Stop Loss:

  1. เลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ

    ควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียงและได้รับการควบคุมจากหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้มั่นใจว่าการันตีราคาจะมีผลจริง

  2. วางแผนการเทรดล่วงหน้า

    กำหนดจุด Stop Loss ไว้ก่อนเข้าเทรด และคำนวณขนาดการเทรดให้เหมาะสมกับค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายเพิ่ม

  3. ติดตามผลการใช้งาน

    บันทึกผลการใช้ Guaranteed Stop Loss เพื่อประเมินว่าค่าธรรมเนียมที่จ่ายคุ้มค่ากับการป้องกันความเสี่ยงหรือไม่

5 กลยุทธ์จัดการความเสี่ยงจาก Slippage อย่างมืออาชีพ

บทที่ 3
5 กลยุทธ์จัดการความเสี่ยงจาก Slippage อย่างมืออาชีพ

การจัดการความเสี่ยงจาก Slippage เป็นทักษะสำคัญที่แยกนักเทรดมืออาชีพออกจากมือสมัครเล่น

จากข้อมูลสถิติพบว่านักเทรดมือใหม่ขาดทุนจากการไม่รู้วิธีจัดการกับ Slippage โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง

ต่อไปนี้คือ 5 กลยุทธ์ที่นักเทรดมืออาชีพใช้จัดการความเสี่ยงจาก Slippage ซึ่งคุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที

เลือกช่วงเวลาเทรดที่ Spread และ Volatility ต่ำ

การเลือกช่วงเวลาเทรดที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงจาก Slippage

ผู้เขียนขอแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเทรดดังนี้:

  1. ช่วงเวลา 14:00-16:00 น. (ตามเวลาไทย) เป็นช่วงที่ตลาดยุโรปและอเมริกาเปิดซ้อนกัน สภาพคล่องสูง
  2. หลีกเลี่ยงการเทรดช่วง 19:00-21:00 น. (ตามเวลาไทย) เพราะสภาพคล่องต่ำ Spread กว้าง
  3. ไม่ควรเทรดในช่วงประกาศข่าวสำคัญ เพราะ Volatility สูงมาก

กำหนด Slippage Tolerance ที่เหมาะสม

การกำหนดค่า Slippage Tolerance ที่เหมาะสมเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมต้นทุนการเทรด

ผู้เขียนขอแนะนำวิธีกำหนด Slippage Tolerance ดังนี้:

  1. คู่เงินหลัก (Major Pairs)

    ควรตั้งค่า Slippage Tolerance ไม่เกิน 2-3 pips เนื่องจากมีสภาพคล่องสูงการตั้งค่าที่มากกว่านี้อาจทำให้เสียเปรียบในการเทรด

  2. คู่เงินรอง (Minor Pairs)

    ควรตั้งค่า Slippage Tolerance 3-5 pips เพราะสภาพคล่องต่ำกว่าคู่เงินหลักต้องยอมรับ Spread ที่กว้างขึ้น

  3. คู่เงินแปลก (Exotic Pairs)

    ควรตั้งค่า Slippage Tolerance 5-10 pips หรือมากกว่า เพราะสภาพคล่องต่ำมากควรพิจารณาให้ดีก่อนเทรดคู่เงินกลุ่มนี้

วิเคราะห์ข่าวเศรษฐกิจก่อนส่งคำสั่งซื้อขาย

การวิเคราะห์ข่าวเศรษฐกิจเป็นส่วนสำคัญในการป้องกัน Slippage ที่เกิดจากความผันผวนของตลาด

ผู้เขียนขอแนะนำวิธีการจัดการดังนี้:

  1. จัดระดับความสำคัญของข่าว

    แบ่งข่าวเป็น 3 ระดับตามผลกระทบต่อตลาด:
    – ข่าวระดับ High Impact: หลีกเลี่ยงการเทรด 30 นาทีก่อนและหลังประกาศ
    – ข่าวระดับ Medium Impact: เพิ่ม Slippage Tolerance อีก 2-3 pips
    – ข่าวระดับ Low Impact: เทรดได้ตามปกติ

  2. ใช้ปฏิทินเศรษฐกิจ

    ตรวจสอบปฏิทินเศรษฐกิจล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมงวางแผนการเทรดให้หลีกเลี่ยงช่วงประกาศข่าวสำคัญ

เลือก Broker ที่มีประวัติ Execution ที่ดี

การเลือก Broker ที่มีประวัติการ Execution ที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญในการลด Slippage

ผู้เขียนขอแนะนำวิธีเลือก Broker ดังนี้:

  1. ตรวจสอบประวัติการ Execution

    ขอข้อมูลสถิติการ Execution ย้อนหลัง 6 เดือนพิจารณา Broker ที่มีอัตราการ Execution ตรงราคาสูงกว่า 95%

  2. ดูความเร็วในการ Execution

    เลือก Broker ที่มีความเร็วในการ Execution ต่ำกว่า 200 มิลลิวินาทีความเร็วที่ช้ากว่านี้อาจเพิ่มโอกาสเกิด Slippage

  3. พิจารณาเทคโนโลยีที่ใช้

    เลือก Broker ที่ใช้เทคโนโลยี ECN หรือ STPหลีกเลี่ยง Market Maker ที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน

ปรับขนาดการเทรดตามสภาพ Liquidity

การปรับขนาดการเทรดให้เหมาะสมกับสภาพคล่องของตลาดเป็นกลยุทธ์สำคัญในการควบคุม Slippage

ผู้เขียนขอแนะนำวิธีการปรับขนาดการเทรดดังนี้:

  1. ช่วงเวลาสภาพคล่องสูง

    สามารถเทรดได้ถึง 5 Standard Lots ต่อครั้งสำหรับคู่เงินหลักSlippage มักไม่เกิน 1-2 pips

  2. ช่วงเวลาสภาพคล่องปานกลาง

    ควรลดขนาดการเทรดลงเหลือ 2-3 Standard Lotsเพิ่ม Slippage Tolerance เป็น 3-4 pips

  3. ช่วงเวลาสภาพคล่องต่ำ

    ควรเทรดไม่เกิน 1 Standard Lot หรือพิจารณางดการเทรดSlippage อาจสูงถึง 5-10 pips

แนวทางพัฒนาตนเองสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ

บทที่ 4
แนวทางพัฒนาตนเองสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ

การพัฒนาตนเองสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพนั้นต้องอาศัยทั้งระบบเทรดที่แข็งแกร่งและการจัดการความเสี่ยงที่รัดกุม

ในส่วนนี้ เราจะเจาะลึกวิธีการออกแบบระบบเทรดและการสร้างแผนจัดการความเสี่ยงที่จะช่วยให้คุณพัฒนาสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพได้อย่างมั่นคง

ออกแบบระบบเทรดที่รองรับ Price Movement

การมีระบบเทรดที่รองรับการเคลื่อนไหวของราคาอย่างมีประสิทธิภาพเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ

“คุณอาจเคยประสบปัญหาขาดทุนเพราะราคาเคลื่อนที่เร็วเกินกว่าที่คาดไว้” ต่อไปนี้คือแนวทางการออกแบบระบบเทรดที่จะช่วยรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว

  1. กำหนด Entry Point ที่ยืดหยุ่น

    แทนที่จะใช้ราคาเป้าหมายเพียงจุดเดียว ให้กำหนดโซนราคาที่ยอมรับได้สำหรับการเปิดออเดอร์ เช่น ถ้าวิเคราะห์ว่าราคาควรเข้าที่ 1.3500 ให้กำหนดโซนระหว่าง 1.3495-1.3505

  2. ใช้การเข้าออเดอร์แบบทยอย

    แทนการเปิดออเดอร์ขนาดใหญ่ครั้งเดียว ให้แบ่งเป็นออเดอร์ขนาดเล็กหลายครั้ง เช่น หากต้องการเทรด 1 ล็อต ให้แบ่งเป็น 0.25 ล็อต 4 ครั้ง เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา

  3. ตั้งค่า Trailing Stop

    ใช้ Trailing Stop เพื่อปรับ Stop Loss ตามการเคลื่อนที่ของราคา โดยอาจตั้งระยะห่างประมาณ 20-30 pips จากจุดสูงสุดหรือต่ำสุด ช่วยให้ได้กำไรมากขึ้นในเทรนด์ที่แข็งแรง

สร้างแผนจัดการความเสี่ยงแบบครบวงจร

การจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่แยกเทรดเดอร์มืออาชีพออกจากมือสมัครเล่น

“คุณอาจกังวลว่าการเทรดจะไม่มั่นคงพอที่จะเป็นอาชีพหลัก” ต่อไปนี้คือองค์ประกอบสำคัญของแผนจัดการความเสี่ยงแบบครบวงจร

  1. กำหนดเงินทุนและการจัดสรรความเสี่ยง

    จำกัดความเสี่ยงต่อการเทรดไม่เกิน 1-2% ของเงินทุน และไม่เกิน 5% ต่อวัน ตัวอย่างเช่น หากมีทุน 100,000 บาท ความเสี่ยงต่อการเทรดไม่ควรเกิน 1,000-2,000 บาท

  2. วางแผนฉุกเฉินสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด

    เตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เช่น ปัญหาอินเทอร์เน็ต ไฟฟ้าดับ หรือระบบโบรกเกอร์ล่ม โดยอาจใช้การตั้ง Stop Loss อัตโนมัติหรือมี VPS สำรอง

  3. ติดตามและประเมินผลการเทรดอย่างสม่ำเสมอ

    จดบันทึกการเทรดทุกครั้งและวิเคราะห์ผลทุกสัปดาห์ โดยดูทั้งตัวเลขกำไรขาดทุนและพฤติกรรมการเทรด เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์ให้ดีขึ้น

สรุป: เอาชนะความท้าทายจาก Slippage ด้วยระบบเทรดที่แข็งแกร่ง

ในครั้งนี้ เราได้พูดถึงผู้ที่กำลังเริ่มต้นเทรด Forex และต้องการจัดการกับ Slippage ให้มีประสิทธิภาพ โดยกล่าวถึง

  1. ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ Slippage และผลกระทบต่อการเทรด
  2. วิธีการจัดการ Market Order เพื่อลดผลกระทบจาก Slippage
  3. กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ
  4. แนวทางการพัฒนาตนเองสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ

โดยผู้เขียนได้แบ่งปันประสบการณ์จากการเทรด Forex มากกว่า 10 ปี

Slippage เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการเทรด Forex ผู้เขียนเข้าใจดีว่าการจัดการกับ Slippage อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการทำกำไร

ด้วยการนำเทคนิคและวิธีการที่ได้แนะนำไปใช้ ผู้ที่เริ่มต้นเทรด Forex สามารถพัฒนาตนเองสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพได้อย่างมั่นใจ

“อาจรู้สึกกังวลกับความผันผวนของตลาดและการขาดทุนจาก Slippage” เป็นความรู้สึกที่ผู้เขียนเข้าใจดี เพราะเคยผ่านประสบการณ์เหล่านี้มาก่อน

การเรียนรู้และเข้าใจ Slippage อย่างถ่องแท้จะช่วยให้สามารถจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความมั่นใจในการเทรดมากขึ้น

ขอให้เริ่มต้นพัฒนาระบบเทรดของตนเองและนำความรู้เกี่ยวกับ Slippage ไปประยุกต์ใช้ ผู้เขียนเชื่อว่าทุกคนสามารถประสบความสำเร็จในการเทรด Forex ได้หากมีความมุ่งมั่นและใส่ใจในการเรียนรู้

ถ้าคุณชอบ โปรดแชร์ด้วยนะ!

ความคิดเห็น

コメントする

สารบัญ