“ถ้าทำตามเทคนิคที่เห็นในยูทูบแล้วยังขาดทุน จะเทรด Forex อย่างไรให้ปลอดภัย…”
“อยากลาออกจากงานมาเทรดแบบเต็มเวลา แต่กลัวว่าจะคำนวณขนาดการลงทุนผิดพลาด…”
อาจมีบางคนที่มีความกังวลเช่นนี้
เพื่อปกป้องเงินลงทุนและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง ผู้เขียนจึงขอแบ่งปันวิธีคำนวณขนาดล็อตที่ถูกต้องจากประสบการณ์การเทรดมากกว่า 10 ปี
ในบทความนี้ เราจะอธิบายเกี่ยวกับวิธีคำนวณขนาดล็อตใน Forex สำหรับผู้ที่ต้องการเทรดอย่างมั่นคงและปลอดภัย
- หลักการพื้นฐานในการคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสม
- 3 ขั้นตอนการคำนวณขนาดล็อตอย่างเป็นระบบ
- แนวทางการบริหารพอร์ตให้ยั่งยืนด้วยการคำนวณล็อตที่ถูกต้อง
การขาดทุนในตลาด Forex นั้นส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการวิเคราะห์ตลาดผิด แต่เกิดจากการคำนวณขนาดล็อตที่ไม่เหมาะสม ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจวิธีคำนวณขนาดล็อตที่ถูกต้อง และเทรดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
การคำนวณล็อตที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงในการเทรด Forex
การคำนวณล็อตที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงในการเทรด Forex
การคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสมเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับการเทรด Forex
จากข้อมูลสถิติพบนักเทรดมือใหม่ขาดทุนในช่วง 3 เดือนแรกเนื่องจากการคำนวณขนาดล็อตที่ผิดพลาด
ในส่วนนี้ เราจะอธิบายถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการคำนวณล็อตผิดพลาด และหลักการพื้นฐานที่จำเป็นต้องรู้
ความเสี่ยงจากการคำนวณล็อตผิดพลาด
การคำนวณขนาดล็อตผิดพลาดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นักเทรดหลายคนต้องออกจากตลาดก่อนเวลาอันควร
“การใช้ล็อตขนาดใหญ่เกินไปทำให้ขาดทุนอย่างหนักจนเสียโอกาสในการกลับตัว”
“การใช้ล็อตเล็กเกินไปทำให้กำไรไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป”
ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการไม่เข้าใจหลักการคำนวณล็อตที่ถูกต้อง
ความเสี่ยงที่สำคัญจากการคำนวณล็อตผิดพลาดมีดังนี้:
- ขาดทุนเกินกว่าที่เงินทุนจะรับได้ ทำให้ต้องเลิกเทรดกลางคัน
- ความเครียดและความกดดันสูงเกินไปเมื่อใช้ล็อตใหญ่
- เสียโอกาสในการทำกำไรเมื่อใช้ล็อตเล็กเกินไป
การเข้าใจความเสี่ยงเหล่านี้จะช่วยให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการคำนวณล็อตที่ถูกต้อง
หลักการพื้นฐานในการคำนวณขนาดล็อต
หลักการพื้นฐานในการคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสมประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญที่ต้องพิจารณาดังนี้:
-
จำกัดความเสี่ยงต่อเงินทุน
หลักการที่สำคัญที่สุดคือการจำกัดความเสี่ยงไม่เกิน 1-2% ของเงินทุนต่อการเทรด 1 ครั้ง ตัวอย่างเช่น หากมีเงินทุน 100,000 บาท ไม่ควรเสี่ยงเกิน 1,000-2,000 บาทต่อการเทรด 1 ครั้ง
-
คำนวณจากระยะ Stop Loss
ขนาดล็อตที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับระยะ Stop Loss ยิ่งระยะ Stop Loss กว้าง ยิ่งต้องใช้ล็อตเล็กลง เพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในกรอบที่กำหนด
-
พิจารณา Margin Requirement
ต้องแน่ใจว่าขนาดล็อตที่เลือกใช้ไม่ทำให้ Margin ที่ต้องใช้เกิน 20% ของเงินทุน เพื่อให้มี Free Margin เพียงพอรองรับความผันผวนของตลาด
-
ปรับตามความผันผวนของคู่เงิน
คู่เงินที่มีความผันผวนสูงควรใช้ล็อตที่เล็กกว่าคู่เงินที่มีความผันผวนต่ำ เช่น GBP/JPY ควรใช้ล็อตที่เล็กกว่า EUR/USD ที่ระดับความเสี่ยงเท่ากัน
การยึดหลักการพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้สามารถคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสมกับเงินทุนและรูปแบบการเทรดของแต่ละคน
3 ขั้นตอนการคำนวณขนาดล็อตอย่างเป็นระบบ
3 ขั้นตอนการคำนวณขนาดล็อตอย่างเป็นระบบ
การคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญของการเทรด Forex ที่ยั่งยืน
จากข้อมูลสถิติพบนักเทรดที่ขาดทุนมีสาเหตุมาจากการคำนวณขนาดล็อตที่ไม่เหมาะสม ทำให้เสียเงินทุนจำนวนมากจากการเทรดเพียงไม่กี่ครั้ง
ในส่วนนี้ เราจะเรียนรู้ 3 ขั้นตอนสำคัญในการคำนวณขนาดล็อตอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยให้คุณสามารถเทรดได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
กำหนดจุด Stop Loss และ Take Profit ที่เหมาะสม
การกำหนดจุด Stop Loss และ Take Profit ที่เหมาะสมเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการคำนวณขนาดล็อต
“การเทรดโดยไม่มีจุด Stop Loss เหมือนการขับรถโดยไม่มีเบรก” เป็นคำกล่าวที่นักเทรดมืออาชีพมักใช้เตือนนักเทรดมือใหม่
- กำหนด Stop Loss ไม่เกิน 2% ของเงินทุน
- ตั้ง Take Profit ให้มีอัตราส่วนกำไรต่อความเสี่ยง (Risk/Reward Ratio) อย่างน้อย 1:2
- ใช้แนวรับแนวต้านทางเทคนิคในการกำหนดจุด Stop Loss และ Take Profit
-
วิธีกำหนด Stop Loss ที่เหมาะสม
ควรกำหนด Stop Loss ให้ห่างจากจุดเข้าซื้อขายอย่างน้อย 20-30 pips เพื่อรองรับความผันผวนของตลาด ตัวอย่างเช่น หากมีเงินทุน 100,000 บาท และต้องการจำกัดความเสี่ยงไว้ที่ 2% Stop Loss ควรอยู่ที่ 2,000 บาท
-
วิธีกำหนด Take Profit ที่เหมาะสม
ใช้อัตราส่วนกำไรต่อความเสี่ยงอย่างน้อย 1:2 เช่น ถ้า Stop Loss อยู่ที่ 30 pips Take Profit ควรอยู่ที่ 60 pips ขึ้นไป วิธีนี้จะช่วยให้คุณยังมีกำไรแม้จะเทรดถูกเพียง 40% ของการเทรดทั้งหมด
-
การใช้แนวรับแนวต้านในการกำหนดจุด
วางจุด Stop Loss ให้อยู่เหนือหรือใต้แนวรับแนวต้านที่สำคัญ เพื่อป้องกันการถูกกระชากราคา ส่วน Take Profit ควรตั้งไว้ก่อนถึงแนวต้านหรือแนวรับถัดไปเล็กน้อย เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไร
คำนวณความเสี่ยงต่อเงินทุนทั้งหมด
การจำกัดความเสี่ยงต่อเงินทุนเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณอยู่รอดในตลาด Forex ได้ในระยะยาว
จากการศึกษาของสถาบันวิจัยการเงินระหว่างประเทศพบว่า นักเทรดที่จำกัดความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้งไม่เกิน 2% ของพอร์ต มีโอกาสอยู่รอดในตลาดได้นานกว่า 1 ปีสูงถึง 80%
-
กำหนดเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่อการเทรด
สำหรับนักเทรดมือใหม่ ควรจำกัดความเสี่ยงไม่เกิน 1% ต่อการเทรด 1 ครั้ง เช่น หากมีเงินทุน 100,000 บาท ความเสี่ยงสูงสุดต่อการเทรดควรอยู่ที่ 1,000 บาท
-
คำนวณความเสี่ยงรวมต่อวัน
กำหนดความเสี่ยงรวมต่อวันไม่เกิน 3% ของพอร์ต หากขาดทุนถึงขีดจำกัดนี้ ให้หยุดเทรดทันทีและทบทวนกลยุทธ์
-
ใช้สูตรคำนวณความเสี่ยง
ความเสี่ยงต่อการเทรด = (ราคาเข้า – ราคา Stop Loss) x ขนาดล็อต x มูลค่าต่อ pip ตัวอย่างเช่น หากเข้าซื้อที่ 1.3000 Stop Loss ที่ 1.2950 (50 pips) ใช้ล็อตขนาด 0.1 (มูลค่า 10 USD/pip) ความเสี่ยงจะอยู่ที่ 500 USD
ปรับขนาด Position Size ตาม Leverage
การใช้ Leverage อย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในการกำหนดขนาด Position Size
ผลการวิจัยจากสถาบันการเงินชั้นนำพบว่า นักเทรดที่ใช้ Leverage เกิน 1:20 มีโอกาสขาดทุนจนหมดพอร์ตในระยะเวลา 6 เดือน
-
เลือก Leverage ที่เหมาะสม
สำหรับนักเทรดมือใหม่ แนะนำให้ใช้ Leverage ไม่เกิน 1:10 นี่หมายความว่าเงินทุน 100,000 บาท จะสามารถเปิดสถานะสูงสุดได้ 1,000,000 บาท
-
คำนวณขนาด Position Size
ใช้สูตร: Position Size = (เงินทุน x เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง) ÷ (จำนวน pips ถึง Stop Loss x มูลค่าต่อ pip) เช่น หากมีทุน 100,000 บาท ยอมรับความเสี่ยง 1% Stop Loss 50 pips มูลค่า pip ละ 10 USD ขนาด Position Size ที่เหมาะสมคือ 0.2 lot
-
ปรับขนาด Position ตามความผันผวน
ในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง ให้ลดขนาด Position Size ลง 50% เช่น หากปกติเทรด 0.2 lot ในช่วงข่าวสำคัญควรลดเหลือ 0.1 lot
แนวทางการบริหารพอร์ตให้ยั่งยืนด้วยการคำนวณล็อต
แนวทางการบริหารพอร์ตให้ยั่งยืนด้วยการคำนวณล็อต
การบริหารพอร์ตการเทรด Forex ให้ยั่งยืนนั้นจำเป็นต้องมีระบบการคำนวณขนาดล็อตที่เป็นระบบและรัดกุม
จากสถิติพบว่านักเทรดที่ขาดทุนมักเกิดจากการใช้ขนาดล็อตที่ใหญ่เกินไปและไม่มีระบบการบริหารความเสี่ยงที่ดีพอ การมีแนวทางที่ชัดเจนในการคำนวณและปรับขนาดล็อตจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้อยู่รอดในตลาดได้ในระยะยาว
มาดูวิธีการบริหารพอร์ตด้วยการคำนวณล็อตที่เหมาะสมกันในแต่ละหัวข้อต่อไปนี้
การกระจายความเสี่ยงด้วย Currency Pair
การเทรดหลายคู่เงินพร้อมกันสามารถช่วยกระจายความเสี่ยงได้ แต่ต้องคำนวณขนาดล็อตให้เหมาะสมกับแต่ละคู่เงิน
“การใช้ล็อตใหญ่กับคู่เงินเดียวทำให้ขาดทุนหนักเมื่อตลาดไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์”
หลักการสำคัญในการกระจายความเสี่ยงมีดังนี้:
-
กำหนดสัดส่วนการลงทุนต่อคู่เงิน
ควรจำกัดความเสี่ยงไม่เกิน 1% ของพอร์ตต่อการเทรด 1 ครั้งในแต่ละคู่เงิน หากมีเงินทุน 100,000 บาท ไม่ควรเสี่ยงเกิน 1,000 บาทต่อการเทรด 1 ครั้ง
-
เลือกคู่เงินที่มีความสัมพันธ์กันน้อย
เทรดคู่เงินที่มีความสัมพันธ์กันต่ำเพื่อลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน เช่น EURUSD กับ AUDJPY มีความสัมพันธ์กันน้อยกว่า EURUSD กับ GBPUSD
-
ปรับขนาดล็อตตามความผันผวน
คู่เงินที่มีความผันผวนสูงควรใช้ขนาดล็อตที่เล็กกว่า เช่น GBPJPY มีความผันผวนสูงกว่า EURUSD จึงควรใช้ล็อตที่เล็กกว่าประมาณ 30%
การปรับขนาดล็อตตามความผันผวนของตลาด
ความผันผวนของตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทำให้ต้องปรับขนาดล็อตให้เหมาะสม เพื่อรักษาระดับความเสี่ยงให้คงที่
“การใช้ล็อตขนาดเท่าเดิมในทุกสภาวะตลาดเป็นความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น”
แนวทางการปรับขนาดล็อตตามความผันผวนมีดังนี้:
-
ใช้ค่า ATR เป็นตัววัดความผันผวน
ค่า Average True Range (ATR) ช่วยบอกระดับความผันผวนของตลาด หากค่า ATR สูงขึ้น 20% ควรลดขนาดล็อตลง 20% เพื่อรักษาระดับความเสี่ยงให้เท่าเดิม
-
ปรับตามช่วงเวลาการเทรด
ช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูง เช่น ช่วงประกาศข่าวสำคัญหรือช่วงเปิดตลาด ควรลดขนาดล็อตลง 50% จากปกติ
-
พิจารณาสภาพตลาดโดยรวม
ในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มชัดเจน สามารถใช้ล็อตขนาดปกติได้ แต่ในช่วงตลาดผันผวนไม่มีทิศทาง ควรลดขนาดล็อตลง 30-50%
เทคนิคการเพิ่มขนาดล็อตอย่างปลอดภัย
การเพิ่มขนาดล็อตอย่างมีระบบจะช่วยเพิ่มผลกำไรโดยไม่เสี่ยงเกินไป แต่ต้องทำอย่างระมัดระวังและมีเกณฑ์ที่ชัดเจน
“การเพิ่มขนาดล็อตแบบก้าวกระโดดเพื่อทำกำไรให้ได้เร็วมักนำไปสู่การขาดทุนหนัก”
หลักการเพิ่มขนาดล็อตอย่างปลอดภัยมีดังนี้:
-
เพิ่มตามการเติบโตของพอร์ต
เพิ่มขนาดล็อต 10% เมื่อพอร์ตเติบโตขึ้น 20% จากจุดเริ่มต้น และลดล็อตลงทันทีเมื่อพอร์ตลดลง 10% เพื่อรักษาเงินทุน
-
ทยอยเพิ่มทีละน้อย
ห้ามเพิ่มขนาดล็อตเกิน 20% ต่อครั้ง แม้จะมีกำไรดีติดต่อกันหลายเทรด ควรรอดูผลการเทรดอย่างน้อย 20 เทรดก่อนพิจารณาเพิ่มล็อต
-
ตั้งเกณฑ์การถอยกลับ
กำหนดจุด Drawdown สูงสุดที่ยอมรับได้ เช่น 10% ของพอร์ต หากขาดทุนเกินระดับนี้ ให้ลดขนาดล็อตลงเหลือ 50% ของขนาดปกติทันที
สรุป: การคำนวณล็อตที่ถูกต้องช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินได้
ในครั้งนี้ เราได้พูดถึงผู้ที่กำลังเริ่มต้นเทรด Forex และต้องการวิธีคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสม โดยกล่าวถึง
- วิธีการคำนวณขนาดล็อตที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเทรด
- แนวทางการกระจายความเสี่ยงด้วยการเทรดหลายคู่เงิน
- เทคนิคการปรับขนาดล็อตตามสภาวะตลาด
- วิธีการเพิ่มขนาดล็อตอย่างปลอดภัยเมื่อพอร์ตเติบโต
โดยผู้เขียนได้แบ่งปันประสบการณ์จากการเทรด Forex มากกว่า 10 ปี
การขาดทุนในตลาด Forex ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการวิเคราะห์ผิด แต่เกิดจากการคำนวณขนาดล็อตที่ไม่เหมาะสม การเริ่มต้นด้วยการคำนวณที่ถูกต้องจะช่วยให้มีโอกาสอยู่รอดในตลาดได้มากขึ้น
หากผู้อ่านเพิ่งเริ่มต้นเทรด Forex สิ่งแรกที่ควรทำคือกำหนดระบบการคำนวณขนาดล็อตที่รัดกุม และยึดมั่นในระบบนั้นอย่างเคร่งครัด
ผู้เขียนเชื่อว่านักเทรดหลายท่านที่ได้อ่านบทความนี้มีความตั้งใจจริงที่จะประสบความสำเร็จในการเทรด Forex และกำลังมองหาวิธีที่จะปกป้องเงินทุนของตนเอง
ความกังวลเรื่องการขาดทุนจากการคำนวณผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดา แต่ด้วยระบบการคำนวณที่ดีและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ผู้อ่านจะสามารถเทรดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ขอให้เริ่มต้นด้วยการคำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสมตั้งแต่วันนี้ เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายการเทรดที่ประสบความสำเร็จ! ผู้เขียนเชื่อว่าผู้อ่านทุกท่านสามารถทำได้อย่างแน่นอน
ความคิดเห็น