“อยากเริ่มเทรด Forex แต่กลัวขาดทุนเพราะไม่รู้เรื่องสเปรด…”
“ได้ยินมาว่าสเปรดเป็นต้นทุนที่สำคัญ แต่ไม่เข้าใจว่าจะคำนวณยังไง กลัวว่าจะพลาดทำกำไรเพราะสเปรดสูงเกินไป…”
หลายคนอาจมีความกังวลเช่นนี้ แต่การเข้าใจเรื่องสเปรดไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่รู้หลักการและวิธีจัดการที่ถูกต้อง
ผู้เขียนขอแนะนำให้ศึกษาเรื่องสเปรดให้เข้าใจก่อนเริ่มเทรดจริง เพราะนี่คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เทรด Forex ได้อย่างมีกำไร
ในบทความนี้ เราจะอธิบายเกี่ยวกับสเปรดใน Forex สำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นเทรด
- ความหมายของสเปรดที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนเริ่มเทรด
- วิธีคำนวณสเปรดอย่างแม่นยำเพื่อประเมินต้นทุน
- เทคนิคเลือกโบรกเกอร์และจัดการสเปรดให้คุ้มค่าที่สุด
โดยผู้เขียนจะแบ่งปันประสบการณ์จากการเทรด Forex มากกว่า 10 ปี พร้อมข้อมูลและสถิติจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
การเข้าใจเรื่องสเปรดอย่างถ่องแท้จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้และเพิ่มโอกาสทำกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ โปรดใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อเริ่มต้นเทรด Forex อย่างมั่นใจ!
สเปรด Forex คืออะไร เข้าใจให้ง่ายใน 3 นาที
สเปรด Forex คืออะไร เข้าใจให้ง่ายใน 3 นาที
สเปรดคือค่าธรรมเนียมหลักที่เทรดเดอร์ต้องจ่ายในการเทรด Forex ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Ask) และราคาขาย (Bid) ของคู่เงิน
การเข้าใจเรื่องสเปรดเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้คุณประเมินต้นทุนก่อนเทรดได้อย่างแม่นยำ และเพิ่มโอกาสในการทำกำไรจากการเทรด Forex
ต่อไปเราจะอธิบายความหมายของสเปรดและเหตุผลที่มันเป็นต้นทุนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
ความหมายของสเปรดที่มือใหม่ต้องรู้
สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Ask) และราคาขาย (Bid) ของคู่เงินที่โบรกเกอร์กำหนด
“คู่เงิน EUR/USD มีราคาซื้อที่ 1.0850 และราคาขายที่ 1.0848 แสดงว่ามีสเปรด 2 pips”
สเปรดมีลักษณะสำคัญ 3 ประการที่ควรทำความเข้าใจ:
-
สเปรดคือรายได้หลักของโบรกเกอร์
โบรกเกอร์จะได้รับรายได้จากส่วนต่างของราคาซื้อขายในทุกๆ การเทรด นี่เป็นวิธีที่โบรกเกอร์ใช้หารายได้แทนการคิดค่าคอมมิชชันแบบตรงๆ
-
สเปรดแตกต่างกันตามคู่เงิน
คู่เงินหลักอย่าง EUR/USD มักมีสเปรดต่ำ 1-3 pips เนื่องจากมีสภาพคล่องสูง ขณะที่คู่เงินรองอาจมีสเปรดสูงถึง 5-10 pips หรือมากกว่า
-
สเปรดไม่คงที่ตลอดเวลา
ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงหรือมีข่าวสำคัญ สเปรดมักจะกว้างขึ้น ขณะที่ช่วงเวลาที่ตลาดมีสภาพคล่องสูง สเปรดจะแคบลง
“มือใหม่หลายคนมักสับสนว่าทำไมราคาซื้อถึงสูงกว่าราคาขายเสมอ”
นี่เป็นเพราะในตลาด Forex โบรกเกอร์ทำหน้าที่เป็นคนกลางที่เสนอราคาซื้อขายให้กับเทรดเดอร์ ส่วนต่างของราคานี้คือวิธีที่โบรกเกอร์หารายได้จากการให้บริการ
ทำไมสเปรดถึงเป็นต้นทุนสำคัญในการเทรด
สเปรดเป็นต้นทุนที่เทรดเดอร์ต้องจ่ายทุกครั้งที่เปิดและปิดออเดอร์ ไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุน
“มือใหม่หลายคนมองข้ามผลกระทบของสเปรดที่มีต่อกำไรขาดทุน”
ต่อไปนี้คือเหตุผลที่สเปรดเป็นต้นทุนสำคัญที่ต้องคำนึงถึง:
-
ต้องจ่ายทุกครั้งที่เทรด
เมื่อเปิดออเดอร์ คุณจะเสียสเปรดทันทีแม้ราคายังไม่เคลื่อนไหว หากเทรดขนาด 1 lot ในคู่เงิน EUR/USD ที่มีสเปรด 2 pips คุณจะเสียค่าสเปรดประมาณ 20 ดอลลาร์ต่อการเทรด 1 ครั้ง
-
กินเข้าไปในกำไร
หากคุณคาดหวังกำไร 10 pips แต่สเปรดอยู่ที่ 3 pips นั่นหมายความว่า 30% ของกำไรที่คาดหวังจะหายไปกับค่าสเปรด การเทรดระยะสั้นที่หวังกำไรน้อยๆ จึงได้รับผลกระทบจากสเปรดมากกว่า
-
เพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุน
ในช่วงที่ตลาดผันผวน สเปรดอาจพุ่งสูงขึ้นหลายเท่า หากคุณใช้ Stop Loss แคบๆ การขยายตัวของสเปรดอาจทำให้ออเดอร์ถูกปิดที่ราคาแย่กว่าที่คาดไว้
สำหรับผู้ที่เริ่มต้นด้วยเงินทุนไม่มาก การควบคุมต้นทุนจากสเปรดจึงเป็นเรื่องสำคัญ การเลือกโบรกเกอร์ที่มีสเปรดเหมาะสมและวางแผนการเทรดให้สอดคล้องกับค่าสเปรดจะช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการเทรด
3 วิธีคำนวณสเปรดให้แม่นยำก่อนเทรด
3 วิธีคำนวณสเปรดให้แม่นยำก่อนเทรด
การเข้าใจและคำนวณสเปรดอย่างแม่นยำเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการเทรด Forex
หลายคนมักมองข้ามต้นทุนสเปรด ทำให้แม้จะวิเคราะห์ทิศทางตลาดถูกต้อง แต่กลับขาดทุนเพราะค่าสเปรดที่สูงเกินไป
ในส่วนนี้ เราจะเรียนรู้วิธีคำนวณสเปรดอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถประเมินต้นทุนและโอกาสในการทำกำไรได้อย่างแม่นยำ
วิธีดูสเปรดจาก Bid/Ask ในแต่ละคู่เงิน
สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Ask) และราคาขาย (Bid) ในคู่เงินนั้น ๆ
“ราคา Bid/Ask เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จะดูสเปรดอย่างไรดี?”
ต่อไปนี้คือวิธีดูสเปรดอย่างง่าย:
- สังเกตตำแหน่งทศนิยมที่ 5 ของราคา เช่น EUR/USD: 1.09354/1.09357
- นำราคา Ask ลบด้วยราคา Bid: 1.09357 – 1.09354 = 0.00003
- คูณด้วย 10,000 เพื่อแปลงเป็น pip: 0.00003 x 10,000 = 0.3 pip
ตัวอย่างสเปรดในคู่เงินหลัก:
-
EUR/USD
สเปรดประมาณ 0.1-0.3 pip ถือว่าต่ำที่สุดในตลาด เหมาะสำหรับการเทรดระยะสั้น
-
GBP/USD
สเปรดประมาณ 0.4-0.7 pip สูงกว่า EUR/USD เล็กน้อย แต่ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี
-
USD/JPY
สเปรดประมาณ 0.2-0.5 pip เป็นคู่เงินยอดนิยมที่มีสเปรดค่อนข้างต่ำ
เทคนิคคำนวณต้นทุนสเปรดต่อ Lot
การคำนวณต้นทุนสเปรดต่อ Lot มีความสำคัญในการประเมินความคุ้มค่าของการเทรด
“ต้นทุนสเปรดมีผลต่อเงินในพอร์ตจริงเท่าไร?”
วิธีคำนวณต้นทุนสเปรดทำได้ดังนี้:
-
คำนวณมูลค่าต่อ pip
1 Standard Lot (100,000 หน่วย) = $10 ต่อ pip
1 Mini Lot (10,000 หน่วย) = $1 ต่อ pip
1 Micro Lot (1,000 หน่วย) = $0.1 ต่อ pip -
คำนวณต้นทุนสเปรด
ต้นทุนสเปรด = จำนวน pip × มูลค่าต่อ pip × จำนวน Lot
ตัวอย่าง: สเปรด 0.3 pip × $10 ต่อ pip × 1 Lot = $3 ต่อการเทรด 1 ครั้ง
ผลกระทบของสเปรดต่อกำไรขาดทุน
สเปรดมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไร โดยเฉพาะในการเทรดระยะสั้น
“สเปรดสามารถกินกำไรของเราได้มากแค่ไหน?”
ต่อไปนี้คือตัวอย่างผลกระทบของสเปรดต่อการเทรด:
-
การเทรดระยะสั้น
หากเทรด Standard Lot 10 ครั้งต่อวัน สเปรด 0.3 pip จะมีต้นทุน $30 ต่อวัน หรือ $600 ต่อเดือน
-
การเทรดระยะกลาง
เทรด 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ สเปรดจะมีต้นทุนประมาณ $18-27 ต่อสัปดาห์ หรือ $72-108 ต่อเดือน
-
การเทรดระยะยาว
เทรด 1-2 ครั้งต่อเดือน ต้นทุนสเปรดจะอยู่ที่ $6-12 ต่อเดือน ซึ่งมีผลกระทบน้อยกว่า
เลือกโบรกเกอร์ให้เหมาะกับสไตล์การเทรด
เลือกโบรกเกอร์ให้เหมาะกับสไตล์การเทรด
การเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนจากสเปรดในการเทรด Forex
โบรกเกอร์แต่ละรายมีนโยบายการคิดสเปรดที่แตกต่างกัน การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณสามารถเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะกับรูปแบบการเทรดของตนเอง
เราจะมาดูรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของสเปรดและปัจจัยที่ทำให้สเปรดของแต่ละโบรกเกอร์แตกต่างกัน
เปรียบเทียบสเปรดคงที่vs.สเปรดแปรผัน
สเปรดในตลาด Forex มี 2 ประเภทหลัก คือสเปรดคงที่และสเปรดแปรผัน แต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน
“คุณอาจกำลังสงสัยว่าควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีสเปรดแบบไหนดี” ลองมาดูรายละเอียดของสเปรดแต่ละประเภทกัน
-
สเปรดคงที่ (Fixed Spread)
สเปรดที่มีค่าคงที่ไม่ว่าสภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแน่นอนในการคำนวณต้นทุน โดยทั่วไปสเปรดคงที่จะสูงกว่าสเปรดแปรผันเล็กน้อย แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงข่าวสำคัญหรือตลาดผันผวน
-
สเปรดแปรผัน (Variable Spread)
สเปรดที่เปลี่ยนแปลงตามสภาพตลาด โดยทั่วไปจะต่ำกว่าสเปรดคงที่ในสภาวะตลาดปกติ แต่อาจเพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงที่ตลาดผันผวนหรือมีข่าวสำคัญ เหมาะสำหรับผู้ที่เทรดในช่วงตลาดปกติและสามารถหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงข่าวสำคัญ
ปัจจัยที่ทำให้สเปรดแต่ละโบรกเกอร์ต่างกัน
สเปรดที่แตกต่างกันระหว่างโบรกเกอร์เกิดจากหลายปัจจัย การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกโบรกเกอร์ได้เหมาะสมกับความต้องการ
- ประเภทของโบรกเกอร์: Market Maker จะมีสเปรดคงที่ ขณะที่ ECN Broker มักมีสเปรดแปรผันที่ต่ำกว่าแต่อาจมีค่าคอมมิชชั่นเพิ่มเติม
- ปริมาณการซื้อขาย: โบรกเกอร์ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงมักเสนอสเปรดที่ต่ำกว่าเนื่องจากมีต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำ
- คู่สกุลเงิน: คู่เงินหลักเช่น EUR/USD มักมีสเปรดต่ำกว่าคู่เงินรอง
- ความผันผวนของตลาด: ช่วงที่ตลาดผันผวนสูง สเปรดมักจะกว้างขึ้น โดยเฉพาะกับโบรกเกอร์ที่ใช้สเปรดแปรผัน
- ขนาดบัญชี: บัญชีที่มีเงินฝากสูงมักได้รับสเปรดที่ต่ำกว่า
“บางคนอาจกังวลว่าโบรกเกอร์ที่ให้สเปรดต่ำเกินไปอาจไม่ปลอดภัย” สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบใบอนุญาตและความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ควบคู่ไปกับการ พิจารณาสเปรด
เทคนิคจัดการสเปรดให้คุ้มค่าที่สุด
เทคนิคจัดการสเปรดให้คุ้มค่าที่สุด
สเปรดเป็นต้นทุนหลักในการเทรด Forex ที่หลายคนมองข้าม แต่การจัดการสเปรดอย่างชาญฉลาดสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก
จากสถิติของโบรกเกอร์ชั้นนำพบว่า เทรดเดอร์มือใหม่มักเสียค่าสเปรดสูงเกินความจำเป็น เนื่องจากไม่เข้าใจวิธีจัดการและเลือกช่วงเวลาเทรดที่เหมาะสม
ในส่วนนี้ ผู้เขียนจะแนะนำวิธีจัดการสเปรดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การเทรดของคุณมีต้นทุนต่ำที่สุด
วิธีเลือกช่วงเวลาเทรดที่สเปรดต่ำ
การเลือกช่วงเวลาเทรดที่เหมาะสมเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดต้นทุนสเปรด
“เทรดช่วงไหนดีที่สุด ที่สเปรดจะไม่กินกำไรเรามากเกินไป” เป็นคำถามที่ผู้เขียนได้รับบ่อยจากเทรดเดอร์มือใหม่
จากข้อมูลของตลาด Forex ระหว่างปี 2023-2024 พบว่าช่วงเวลาที่มีสเปรดต่ำที่สุดคือ:
-
ช่วงเวลาที่ตลาดหลักเปิดซ้อนกัน
เวลา 14:00-17:00 น. (ตามเวลาไทย) เป็นช่วงที่ตลาดยุโรปและอเมริกาเปิดพร้อมกัน สภาพคล่องสูงทำให้สเปรดต่ำกว่าช่วงอื่นประมาณ 20-30%
-
กลางสัปดาห์ (อังคาร-พฤหัสบดี)
เป็นช่วงที่ตลาดมีความผันผวนปานกลาง สเปรดจะต่ำกว่าวันจันทร์และวันศุกร์ประมาณ 15-25%
-
ช่วงที่ไม่มีข่าวสำคัญ
หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วง 30 นาทีก่อนและหลังการประกาศข่าวสำคัญ เพราะสเปรดอาจพุ่งสูงขึ้น 3-5 เท่า
ข้อสรุปสำคัญคือ การเลือกช่วงเวลาเทรดที่เหมาะสมสามารถช่วยประหยัดค่าสเปรดได้อย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มโอกาสทำกำไรในระยะยาว
กลยุทธ์ลดผลกระทบจากสเปรดในช่วงข่าว
ช่วงประกาศข่าวสำคัญเป็นเวลาที่สเปรดมักพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นโอกาสที่จะทำกำไรได้มากเช่นกัน
จากสถิติของโบรกเกอร์ชั้นนำในปี 2023 พบว่า สเปรดในช่วงข่าวสำคัญอาจเพิ่มขึ้นได้ถึง 300-500% ทำให้หลายคนพลาดโอกาสทำกำไร
วิธีจัดการผลกระทบจากสเปรดในช่วงข่าวมีดังนี้:
- วางแผนการเทรดล่วงหน้าก่อนข่าวประกาศ 2-3 ชั่วโมง
- ตั้ง Stop Loss และ Take Profit ที่กว้างกว่าปกติ 20-30%
- เลือกใช้คำสั่ง Pending Order แทนการเข้าเทรดทันที
- ลดขนาดการเทรดลง 50% จากปกติในช่วงข่าว
- รอให้ตลาดสงบ 15-30 นาทีหลังข่าวก่อนเทรดใหม่
การเทรดในช่วงข่าวอย่างชาญฉลาดสามารถช่วยลดผลกระทบจากสเปรดที่สูงขึ้น และยังคงรักษาโอกาสในการทำกำไรไว้ได้ ที่สำคัญคือต้องมีการวางแผนและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
สรุป: เข้าใจสเปรดอย่างถ่องแท้ พร้อมเริ่มต้นเทรด Forex อย่างมั่นใจ
ในครั้งนี้ เราได้พูดถึงผู้ที่สนใจเริ่มต้นเทรด Forex แต่ยังกังวลเรื่องต้นทุนและความเสี่ยง โดยกล่าวถึง
- ความหมายของสเปรดที่มือใหม่ต้องรู้
- วิธีคำนวณสเปรดอย่างแม่นยำก่อนเทรด
- การเลือกโบรกเกอร์ให้เหมาะกับสไตล์การเทรด
- เทคนิคจัดการสเปรดให้คุ้มค่าที่สุด
โดยผู้เขียนได้แบ่งปันประสบการณ์จากการเทรด Forex มากกว่า 10 ปี
การเข้าใจเรื่องสเปรดเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการเทรด Forex เพราะมีผลโดยตรงต่อต้นทุนและกำไรในทุกการเทรด การรู้จักจัดการสเปรดอย่างชาญฉลาดจะช่วยให้มีโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น
หากผู้ที่สนใจเริ่มต้นเทรด Forex ต้องการประสบความสำเร็จ สิ่งแรกที่ควรทำคือศึกษาเรื่องสเปรดให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนเริ่มเทรดจริง
การที่คุณเริ่มต้นด้วยการศึกษาเรื่องสเปรดแสดงให้เห็นว่าคุณเป็นผู้ที่รอบคอบและใส่ใจรายละเอียด ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ
ผู้เขียนเข้าใจดีว่าการเริ่มต้นเทรด Forex อาจทำให้รู้สึกกังวลและกลัวความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อต้องเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ เช่น สเปรด
ขอให้มั่นใจว่าทุกคนสามารถประสบความสำเร็จในการเทรด Forex ได้ หากมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เริ่มต้นจากการจัดการต้นทุนอย่างชาญฉลาด และมีวินัยในการเทรด ผู้เขียนเชื่อว่าคุณจะสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน
ความคิดเห็น