ประกาศ: ขณะนี้ XM กำลังจัดโปรโมชั่นพิเศษอยู่

พฤติกรรมเทรดเดอร์: 4 วิธีควบคุมอารมณ์สู่กำไร

พฤติกรรมเทรดเดอร์: 4 วิธีควบคุมอารมณ์สู่กำไร

“อยากเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ แต่ยิ่งพยายามควบคุมอารมณ์ก็ยิ่งขาดทุน…”
“รู้สึกว่าต้องมีอะไรผิดพลาดกับพฤติกรรมการเทรดของตัวเอง แต่ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร…”

จากประสบการณ์ในการเป็นที่ปรึกษาให้กับเทรดเดอร์มากมาย ผู้เขียนพบว่า เทรดเดอร์ที่ขาดทุนมีสาเหตุมาจากการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ ไม่ใช่เพราะขาดความรู้หรือเทคนิคการวิเคราะห์

การพัฒนาพฤติกรรมการเทรดที่ดีเป็นเรื่องที่สามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้ เริ่มต้นจากการเข้าใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองอย่างเป็นระบบ

ในบทความนี้ เราจะอธิบายเกี่ยวกับพฤติกรรมที่สำคัญสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการประสบความสำเร็จ

  1. อารมณ์และความกลัวที่มักทำให้ขาดทุน
  2. พฤติกรรมสำคัญที่ช่วยควบคุมการเทรดให้มีประสิทธิภาพ
  3. วิธีสร้างนิสัยการเทรดที่ดีอย่างยั่งยืน

โดยผู้เขียนจะแบ่งปันประสบการณ์จริงในฐานะเทรดเดอร์และที่ปรึกษามากว่า 10 ปี

สำหรับผู้ที่กำลังพยายามพัฒนาตนเองเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมที่ถูกต้องและวิธีการปรับปรุงตนเองอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในการเทรดอย่างยั่งยืน

\แนะนำบัญชีที่ผู้เขียนที่นี่/
เปิดบัญชี XM รับโบนัส ฟรี
สารบัญ

อารมณ์และความกลัวที่ทำให้เทรดเดอร์ขาดทุน

บทที่ 1
อารมณ์และความกลัวที่ทำให้เทรดเดอร์ขาดทุน

การควบคุมอารมณ์เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเทรดให้ประสบความสำเร็จ จากการศึกษาพบว่า เทรดเดอร์ที่ขาดทุนมีสาเหตุมาจากการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ ไม่ใช่เพราะขาดความรู้หรือเทคนิคการวิเคราะห์

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เทรดเดอร์มักใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลคือ ความกลัวและความโลภที่เกิดขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับความผันผวนของตลาด ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มักตอบสนองต่อความเสี่ยงด้วยอารมณ์มากกว่าตรรกะ

มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบของอารมณ์และสาเหตุที่ทำให้เทรดเดอร์มักใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ

ผลกระทบของอารมณ์ต่อการตัดสินใจเทรด

อารมณ์มีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจในการเทรด โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดผันผวน สถาบันการเงินชั้นนำได้ทำการวิจัยพบว่า เทรดเดอร์ที่ตัดสินใจด้วยอารมณ์มักมีผลตอบแทนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด

“ผมมักรู้สึกลังเลเวลาจะเข้าออเดอร์ แม้จะวิเคราะห์มาดีแล้วก็ตาม” เป็นความรู้สึกที่พบบ่อยในเทรดเดอร์มือใหม่

ผลกระทบของอารมณ์ต่อการเทรดมีหลายรูปแบบ:

  1. ความกลัวการขาดทุน (Loss Aversion)

    มนุษย์มักรู้สึกเจ็บปวดกับการขาดทุนมากกว่าความสุขจากกำไรในจำนวนที่เท่ากัน ทำให้เทรดเดอร์มักปิดกำไรเร็วเกินไปและถือขาดทุนนานเกินไป หวังว่าราคาจะกลับมา

  2. ความโลภและความกลัวพลาดโอกาส

    เมื่อเห็นราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เทรดเดอร์มักเกิดความกลัวว่าจะพลาดโอกาส จึงรีบเข้าซื้อโดยไม่วิเคราะห์ให้รอบคอบ ทำให้มักซื้อในราคาที่สูงเกินไป

  3. การตัดสินใจแบบอคติยืนยัน

    เมื่อมีความเชื่อในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เทรดเดอร์มักจะมองหาแต่ข้อมูลที่สนับสนุนความเชื่อของตน และละเลยสัญญาณเตือนที่ขัดแย้ง

สาเหตุที่เทรดเดอร์มักใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล

การใช้อารมณ์ในการเทรดไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มักตอบสนองต่อความเสี่ยงและความไม่แน่นอนด้วยอารมณ์ การเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้เราจัดการกับมันได้ดีขึ้น

สาเหตุหลักที่ทำให้เทรดเดอร์มักใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ:

  1. ขาดระบบการเทรดที่ชัดเจน

    เมื่อไม่มีแผนและระบบที่ชัดเจน เทรดเดอร์มักตัดสินใจด้วยความรู้สึก โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดผันผวน การไม่มีเป้าหมายและจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจนทำให้ง่ายต่อการถูกอารมณ์ครอบงำ

  2. ความกดดันจากเงินทุน

    การใช้เงินลงทุนที่มากเกินไปหรือการกู้ยืมมาลงทุนสร้างความกดดันทางจิตใจ ทำให้การตัดสินใจถูกครอบงำด้วยความกลัวการสูญเสีย ส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติตามแผนที่วางไว้

  3. ความคาดหวังที่ไม่สมเหตุสมผล

    หลายคนเริ่มต้นเทรดด้วยความคาดหวังผลตอบแทนที่สูงเกินจริง เมื่อไม่เป็นไปตามที่หวัง จึงเกิดความเครียดและตัดสินใจด้วยอารมณ์ เช่น การเพิ่มขนาดการเทรดเพื่อหวังกำไรให้ได้ตามเป้า

  4. การติดตามราคาตลอดเวลา

    การจ้องกราฟราคาตลอดเวลาทำให้เกิดความเครียดและความกดดัน โดยเฉพาะเมื่อราคาเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้าม ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีเหตุผลเพื่อบรรเทาความกังวล

4 พฤติกรรมสำคัญที่ช่วยควบคุมการเทรดให้มีประสิทธิภาพ

บทที่ 2
4 พฤติกรรมสำคัญที่ช่วยควบคุมการเทรดให้มีประสิทธิภาพ

การพัฒนาพฤติกรรมการเทรดที่มีประสิทธิภาพเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในตลาดการเงิน

จากการศึกษาพบว่า เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จมีพฤติกรรมการเทรดที่เป็นระบบและมีวินัย โดยเฉพาะในด้านการจดบันทึก การวางแผน การจัดการความเสี่ยง และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

ต่อไปนี้คือ 4 พฤติกรรมสำคัญที่จะช่วยให้คุณควบคุมการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การจดบันทึกและวิเคราะห์การเทรดอย่างเป็นระบบ

การจดบันทึกการเทรดอย่างเป็นระบบเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาตนเองให้เป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ

“คุณอาจรู้สึกว่าการจดบันทึกเป็นเรื่องยุ่งยากและเสียเวลา”แต่จากการศึกษาของสถาบันการเงินชั้นนำพบว่า เทรดเดอร์ที่มีการจดบันทึกอย่างสม่ำเสมอมีอัตราความสำเร็จสูงกว่าถึง 3 เท่า

สิ่งที่ควรบันทึกในสมุดบันทึกการเทรด มีดังนี้:

  1. ข้อมูลพื้นฐานของการเทรด

    บันทึกวันที่ เวลา สินทรัพย์ที่เทรด จุดเข้า-ออก ขนาดพอร์ต และผลกำไรขาดทุนการบันทึกข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของการเทรดและแนวโน้มของผลลัพธ์

  2. เหตุผลในการเข้าเทรด

    อธิบายว่าทำไมถึงตัดสินใจเทรด ใช้กลยุทธ์อะไร และมีการวิเคราะห์อย่างไรการบันทึกเหตุผลจะช่วยให้คุณทบทวนและปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจได้

  3. สภาวะอารมณ์และจิตใจ

    บันทึกความรู้สึกและอารมณ์ในขณะเทรด ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการเทรดการเข้าใจอารมณ์ของตนเองจะช่วยให้คุณควบคุมการตัดสินใจได้ดีขึ้น

  4. บทเรียนและสิ่งที่ได้เรียนรู้

    สรุปข้อผิดพลาดและความสำเร็จจากการเทรดแต่ละครั้งการทบทวนบทเรียนจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดซ้ำและพัฒนาทักษะการเทรด

การสร้างแผนและกลยุทธ์การเทรดที่ชัดเจน

การมีแผนและกลยุทธ์การเทรดที่ชัดเจนเป็นสิ่งที่แยกเทรดเดอร์มืออาชีพออกจากมือสมัครเล่น

“คุณอาจเคยเทรดโดยใช้ความรู้สึกและสัญชาตญาณเป็นหลัก”แต่การศึกษาจากสถาบันวิจัยด้านการเงินพบว่า เทรดเดอร์ที่มีแผนการเทรดที่ชัดเจนมีโอกาสทำกำไรสูงกว่า

องค์ประกอบสำคัญของแผนการเทรดที่ดี:

  1. เป้าหมายที่ชัดเจนและวัดผลได้

    กำหนดเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้เป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีหลักการ

  2. กฎการเข้า-ออกที่แน่นอน

    กำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนว่าเมื่อใดควรเข้าเทรดและเมื่อใดควรออกจากการเทรดการมีกฎที่แน่นอนจะช่วยลดการตัดสินใจด้วยอารมณ์

  3. การจัดการเงินทุนที่เหมาะสม

    วางแผนการใช้เงินทุนในแต่ละการเทรด โดยคำนึงถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนการจัดการเงินทุนที่ดีจะช่วยให้คุณอยู่รอดในตลาดได้ในระยะยาว

  4. ขั้นตอนการวิเคราะห์ตลาด

    กำหนดวิธีการวิเคราะห์ตลาดที่ใช้ในการตัดสินใจ ทั้งการวิเคราะห์ทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานการมีขั้นตอนที่ชัดเจนจะช่วยให้การวิเคราะห์เป็นระบบมากขึ้น

การจัดการความเสี่ยงและพอร์ตการลงทุน

การจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพเป็นทักษะสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ

“คุณอาจกังวลว่าการจำกัดความเสี่ยงจะทำให้พลาดโอกาสทำกำไร”แต่ข้อมูลจากผู้จัดการกองทุนชั้นนำแสดงให้เห็นว่า เทรดเดอร์ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการความเสี่ยงมากกว่าการทำกำไรสูงสุด มักจะประสบความสำเร็จในระยะยาว

หลักการจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ:

  1. กฎ 1% – 2%

    จำกัดความเสี่ยงในแต่ละการเทรดไม่เกิน 1-2% ของเงินทุนทั้งหมดการจำกัดความเสี่ยงจะช่วยปกป้องพอร์ตของคุณจากการขาดทุนครั้งใหญ่

  2. การกระจายความเสี่ยง

    แบ่งการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภทและใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายการกระจายความเสี่ยงจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด

  3. การใช้ Stop Loss

    กำหนดจุด Stop Loss ทุกครั้งที่เข้าเทรดและเคารพมันอย่างเคร่งครัดการใช้ Stop Loss จะช่วยจำกัดการขาดทุนและรักษาวินัยในการเทรด

  4. การติดตามผลการดำเนินงาน

    วัดและประเมินผลการเทรดอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้ตัวชี้วัดต่าง ๆ เช่น Sharpe Ratio, Maximum Drawdownการติดตามผลจะช่วยให้คุณปรับปรุงการจัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น

การพัฒนาความมั่นใจผ่านการทดลองเทรดในบัญชีเดโม

การฝึกฝนในบัญชีเดโมเป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาความมั่นใจและทักษะการเทรด

“คุณอาจรู้สึกว่าการเทรดในบัญชีเดโมไม่เหมือนการเทรดจริง”แต่การวิจัยจากสถาบันการเงินพบว่า เทรดเดอร์ที่ใช้เวลาฝึกฝนในบัญชีเดโมอย่างจริงจังมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงกว่าถึง 2 เท่า

วิธีใช้บัญชีเดโมให้เกิดประโยชน์สูงสุด:

  1. จำลองสถานการณ์จริง

    ใช้เงินทุนในบัญชีเดโมเท่ากับเงินทุนจริงที่คุณวางแผนจะใช้การจำลองสถานการณ์ที่ใกล้เคียงความจริงจะช่วยให้การฝึกฝนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  2. ทดสอบกลยุทธ์ใหม่

    ใช้บัญชีเดโมในการทดสอบกลยุทธ์และแนวคิดการเทรดใหม่ ๆ ก่อนนำไปใช้จริงการทดสอบจะช่วยให้คุณมั่นใจในระบบการเทรดของตนเอง

  3. บันทึกและวิเคราะห์

    จดบันทึกและวิเคราะห์ผลการเทรดในบัญชีเดโมเหมือนกับบัญชีจริงการวิเคราะห์จะช่วยให้คุณเห็นจุดแข็งและจุด

    อ่อนในการเทรดของคุณ

  4. ฝึกควบคุมอารมณ์

    ใช้บัญชีเดโมในการฝึกควบคุมอารมณ์และจิตวิทยาการเทรดแม้จะเป็นเงินในบัญชีเดโม แต่การฝึกควบคุมอารมณ์จะช่วยสร้างนิสัยที่ดีเมื่อเทรดจริง

เคล็ดลับสำหรับการใช้บัญชีเดโมอย่างมีประสิทธิภาพ:

  1. กำหนดระยะเวลาในการทดลองเทรดที่ชัดเจน อย่างน้อย 3-6 เดือน
  2. ตั้งเป้าหมายผลตอบแทนและการจัดการความเสี่ยงเหมือนการเทรดจริง
  3. จดบันทึกและวิเคราะห์ทุกการเทรดอย่างละเอียด
  4. พยายามควบคุมอารมณ์และปฏิบัติตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

การใช้บัญชีเดโมอย่างจริงจังไม่เพียงช่วยพัฒนาทักษะการเทรด แต่ยังช่วยสร้างความมั่นใจที่จำเป็นสำหรับการเทรดในตลาดจริง

วิธีสร้างนิสัยการเทรดที่ดีอย่างยั่งยืน

บทที่ 3
วิธีสร้างนิสัยการเทรดที่ดีอย่างยั่งยืน

การสร้างนิสัยการเทรดที่ดีเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จในระยะยาว

จากการศึกษาพบว่า เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จมีระบบและนิสัยการเทรดที่ชัดเจน ในขณะที่เทรดเดอร์ที่ไม่มีระบบมักประสบปัญหาขาดทุนในระยะยาว

ในส่วนนี้ เราจะอธิบายถึงวิธีการพัฒนานิสัยการเทรดที่ดีและยั่งยืน เพื่อให้สามารถประสบความสำเร็จในการเทรดได้อย่างต่อเนื่อง

การฝึกฝนควบคุมอคติและความโลภในการเทรด

อคติและความโลภเป็นศัตรูตัวร้ายที่สุดของเทรดเดอร์ การควบคุมอารมณ์เหล่านี้จึงเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดที่ต้องฝึกฝน

“อยากได้กำไรคืนเร็วๆ หลังจากขาดทุน” หรือ “กลัวพลาดโอกาสทำกำไร” เป็นความรู้สึกที่เทรดเดอร์ทุกคนเคยประสบ แต่การตัดสินใจภายใต้อารมณ์เหล่านี้มักนำไปสู่การขาดทุนที่มากขึ้น

วิธีการควบคุมอคติและความโลภที่ได้ผล:

  1. กำหนดกฎการเทรดที่ชัดเจน

    สร้างแผนการเทรดที่ระบุจุดเข้า จุดออก และการจัดการความเสี่ยงอย่างชัดเจน เมื่อเกิดอารมณ์ ให้ยึดกฎเหล่านี้เป็นหลัก ไม่ตัดสินใจด้วยความรู้สึก

  2. จำกัดขนาดการเทรด

    กำหนดขนาดการเทรดต่อครั้งไม่เกิน 1-2% ของเงินลงทุนทั้งหมด การจำกัดความเสี่ยงจะช่วยลดแรงกดดันทางอารมณ์

  3. บันทึกและทบทวนการเทรด

    จดบันทึกทุกการเทรดพร้อมเหตุผลและอารมณ์ที่เกิดขึ้น การทบทวนจะช่วยให้เห็นรูปแบบพฤติกรรมที่ต้องปรับปรุง

  4. พักการเทรดเมื่อมีอารมณ์

    หากรู้สึกเครียด โกรธ หรือกังวลมาก ให้หยุดพักการเทรดชั่วคราว กลับมาเทรดอีกครั้งเมื่อจิตใจสงบ

  5. ฝึกสติและการหายใจ

    ก่อนเริ่มเทรดและระหว่างวัน ให้ฝึกหายใจลึกๆ และรู้ตัวถึงอารมณ์ที่เกิดขึ้น สติจะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น

เทคนิคการปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มตลาด

ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จต้องสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป

การปรับตัวที่มีประสิทธิภาพเริ่มจากการวิเคราะห์ตลาดอย่างเป็นระบบ นี่คือเทคนิคที่จะช่วยให้ปรับตัวได้ดีขึ้น:

  1. วิเคราะห์หลายกรอบเวลา

    ศึกษากราฟหลายกรอบเวลาเพื่อเข้าใจแนวโน้มใหญ่และเล็ก เริ่มจากกรอบเวลาใหญ่ก่อนลงมาดูรายละเอียดในกรอบเล็ก

  2. ติดตามปัจจัยพื้นฐาน

    ให้ความสำคัญกับข่าวและปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อตลาด แต่ระวังอย่าตัดสินใจด้วยอารมณ์เมื่อเจอข่าวกระทบตลาด

  3. ทดสอบกลยุทธ์ในบัญชีเดโม

    ก่อนใช้กลยุทธ์ใหม่ในบัญชีจริง ให้ทดสอบในบัญชีเดโมก่อน บันทึกผลและปรับปรุงจนมั่นใจว่าได้ผลดี

  4. ปรับขนาดการเทรด

    เมื่อตลาดผันผวนมาก ให้ลดขนาดการเทรดลง เพิ่มขนาดขึ้นเมื่อตลาดมีทิศทางชัดเจน

  5. กำหนดจุดหยุดที่ยืดหยุ่น

    ปรับจุดตัดขาดทุนและทำกำไรตามความผันผวนของตลาด ตลาดที่ผันผวนมากอาจต้องให้พื้นที่ราคามากขึ้น

ขั้นตอนการสร้างความสำเร็จในระยะยาว

ความสำเร็จในการเทรดไม่ได้เกิดขึ้นข้ามคืน ต้องอาศัยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีขั้นตอนที่ชัดเจน

นี่คือขั้นตอนสำคัญในการสร้างความสำเร็จระยะยาว:

  1. สร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

    เริ่มจากการศึกษาความรู้พื้นฐานให้แน่น เข้าใจทั้งการวิเคราะห์ทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน ฝึกฝนในบัญชีเดโมจนมั่นใจ

  2. พัฒนาระบบการเทรด

    สร้างระบบการเทรดที่เหมาะกับตัวเอง กำหนดกฎการเข้า-ออก การจัดการความเสี่ยง และการจดบันทึก ทดสอบและปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง

  3. เริ่มเทรดด้วยเงินจริงทีละน้อย

    เมื่อมั่นใจในระบบแล้ว เริ่มเทรดด้วยเงินจริงในจำนวนน้อย เพิ่มขนาดทีละน้อยตามผลงานที่พิสูจน์แล้ว

  4. ประเมินและปรับปรุงสม่ำเสมอ

    ทบทวนผลการเทรดทุกสัปดาห์และเดือน วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน ปรับปรุงกลยุทธ์ให้เหมาะกับสภาพตลาด

  5. วางแผนพัฒนาระยะยาว

    กำหนดเป้าหมายการพัฒนาทั้งระยะสั้นและยาว วางแผนการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะใหม่ ติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

สรุป: ประสบความสำเร็จในการเทรดด้วยพฤติกรรมที่ถูกต้อง

ในครั้งนี้ เราได้พูดถึงผู้ที่ต้องการพัฒนาพฤติกรรมการเทรดให้ประสบความสำเร็จ โดยกล่าวถึง

  1. ผลกระทบของอารมณ์และความกลัวที่ทำให้เทรดเดอร์ขาดทุน
  2. พฤติกรรมสำคัญที่ช่วยควบคุมการเทรดให้มีประสิทธิภาพ
  3. วิธีสร้างนิสัยการเทรดที่ดีอย่างยั่งยืน

โดยผู้เขียนได้แบ่งปันประสบการณ์จากการเป็นเทรดเดอร์และที่ปรึกษาด้านการเทรดมากว่า 10 ปี

จากสถิติพบว่า เทรดเดอร์ที่ขาดทุนมีสาเหตุมาจากการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ ไม่ใช่เพราะขาดความรู้หรือเทคนิคการวิเคราะห์

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเทรดอาจดูยาก แต่หากเริ่มต้นจากการจดบันทึก ควบคุมอารมณ์ และสร้างระบบที่เหมาะกับตัวเอง โอกาสประสบความสำเร็จจะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า

การที่คุณอ่านบทความนี้จบแสดงให้เห็นว่า คุณให้ความสำคัญกับการพัฒนาตนเองและต้องการเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพอย่างแท้จริง

ผู้เขียนเข้าใจดีว่าการเทรดเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องใช้ความอดทน เพราะตลาดมักมีความผันผวนที่ทำให้เราควบคุมอารมณ์ได้ยาก

ขอให้เริ่มต้นจากการบันทึกพฤติกรรมการเทรดของตัวเองวันนี้ แล้วค่อยๆ พัฒนาไปทีละขั้น ไม่ช้าก็เร็ว คุณจะกลายเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ

ถ้าคุณชอบ โปรดแชร์ด้วยนะ!

ความคิดเห็น

コメントする

สารบัญ